ตร.พดส.ภาค2 จับแม่ขี้เมาพาลูกสาววัย 8 ปีอุ้มลูกหมาปูเสื่อนั่งขอทานริมถนนวอล์คกิ้งสตรีทเมืองพัทยา นานกว่าครึ่งปี อ้างไม่ได้บังคับลูกแต่ลูกไม่ไปเรียนและให้แม่พามาขอทานเพื่อหาเงินซื้ออาหารเลี้ยงหมา-แมว
พัทยา-วานนี้ (17 พ.ค. 55) เมื่อเวลา 22.30 น. พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.หัวหน้าศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และ ปราบปรามการค้ามนุษย์ตำรวจภูธรภาค2 (พดส.ภ.2) พ.ต.ต.หญิง กิ่งแก้ว เจริญพิทักษ์ประชา , พ.ต.ต.เกรียงศักดิ์ บุญประวัติ พร้อมกำลัง ตร.พดส.ภาค 2 ร่วมกับ นายพลิศร โนจา หรือครูจา ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวพิกุล ศรีบุญเรือง อายุ 40 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ ม.5 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะพา น้องบี (นามสมมุติ) อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ออกมาปูเสื่ออุ้มลูกหมานั่งขอทานขอเศษเงินจากนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ช่วงปลายถนนก่อนถึงท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายใกล้เคียงกับโรงแรมสยามเบย์ชอร์ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง หมวกกันแดดสีขาวซึ่งใช้เป็นที่ใส่เงินภายในมีเงินสดที่ได้จากกการขอทานจากนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 200 บาทและอีก 1 ดอลล่าร์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางสาวพิกุล พร้อมน้องบี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นลูกสาวและลูกหมาพันธุ์ไทยอีก 1 ตัวมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดี
นายพลิศร โนจา หรือครูจา ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด เปิดเผยว่าสืบเนื่องจาก ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ข่าวสด ฉบับวันที่ 17 พ.ค. พบว่าที่หน้าคอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย มีการนำเสนอเกี่ยวกับจดหมายของผู้ร้องเรียนว่า ช่วงเวลาประมาณ สองทุ่มหรือช่วงดึกๆจนถึงประมาณตี 4 ของทุกวันจะมี หญิงสาวอายุประมาณ 40 ปีนำลูกสาววัย 8 ปีออกมานั่งขอทานอยู่บนถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ช่วงปลายถนนก่อนถึงท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายใกล้เคียงกับโรงแรมสยามเบย์ชอร์ โดยปูเสื่อนั่งขอทานโดยให้ลูกสาวอุ้มลูกหมา 1-2 ตัวเพื่อให้น่าสงสารเวลามีนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมาพร้อมกับเรียกร้องขอเงินจากนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมา อยู่ทุกวัน หลังด่านดูแล้วก็ได้นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเมื่อตรวจสอบก็พบว่า นางสาวพิกุล ได้นำ น้องบี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ อุ้มลูกหมานั่งขอทานอยู่บริเวณที่มีผู้เขียนจดหมายร้องเรียนตามที่หนังสือพิมพ์ข่าวสดนำเสนอไว้จริง จึงควบคุมตัว
ซึ่งจากสอบสวนก็ทราบว่า นางสาวพิกุล นั้นมีบ้านเดิมอยู่ใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปัจจุบันเลิกรากับสามีและมีลูกกับอดีตสามีจำนวน 2 คน ซึ่งคนโตชื่อ เด็กชาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี และ น้องบี (นามสมมุติ) อายุ 8 ปี ซึ่งนางสาวพิกุล เลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คนด้วยตนเองมาตลอด หลังจากที่ลูกทั้ง 2 คนไม่ยอมไปเรียนหนังสือนางสาวพิกุล ก็พาลูกย้ายมาหาทำงานอยู่ในเมืองพัทยาโดยไม่มีงานเป็นหลักแหล่งเช่าบ้านอยู่แถวๆ ริมถนนสะพานมุ่งหน้ามาท่าเทียบเรือท่องเที่ยวแหลมบาลีฮาย ย่านพัทยาใต้

โดยนางสาวพิกุล อ้างว่าลูกทั้ง 2 คนนั้นไม่ยอมไปเรียนหนังสือ ซึ่งลูกชายชื่อเด็กชายเอ (นามสมมุติ) นั้น เคยเรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนห้วยใหญ่ ส่วน น้องบี (นามสมมุติ) ก็เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรเรียนเดียวกันแต่ลูกทั้ง 2 คนไม่ยอมไปเรียนหนังสือจึงพาลูกมาอยู่ด้วยที่เมืองพัทยา และน้องบี (นามสมมุติ) ลูกสาวคนเล็กก็เป็นคนชวนแม่ออกมานั่งขอทานเพราะจะเอาเงินไปซื้ออาหารเลี้ยงหมาและแมวที่เลี้ยงไว้หลายสิบตัวโดยจะออกมานั่งขอทานทุกวัน ส่วน เด็กชายเอ (นามสมมุติ) ลูกชายคนโตก็จะออกไปเที่ยวเล่นกับเด็กเร่ร่อนในถนนวอล์คกิ้งสตรีท แต่ก็จะกลับมานอนพักที่บ้านทุกวัน
แต่จากการสอบสวนในเชิงลึกแล้วพบว่า นางสาวพิกุล นั้นจะเป็นคนพาลูกสาวออกมานั่งขอทานริมถนนทุกวันเองและจะนำหมาให้ลูกสาวอุ้ม 1-2 ตัวปูเสื่อนั่งขอทานเพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นแล้วเกิดความสงสาร ส่วนนางสาวพิกุล ผู้เป็นแม่ก็จะนั่งอยู่กับลูกสาวเมื่อไปได้เงินนำเงินที่ได้จากการขอทานไปซื้อเหล้าขาวมากินจนเมาและบางครั้งก็จะปล่อยให้ลูกสาวนั่งขอทานคนเดียวโดยตนเองจะนั่งกินเหล้ากับเพื่อนๆ อยู่ข้างๆ เมื่อได้เงินเยอะแล้วก็พาลูกกลับบ้าน แต่ละคืนที่พาลูกออกมานั่งขอทานก็จะได้เงินคืนละหลายร้อยบาท ซึ่งพาลูกมานั่งขอทานเป็นเวลานานกว่าครึ่งแล้ว เชื่อว่านางสาวพิกุล มีเจตนานำลูกสาวตัวเองมาขอทานหาเงินใช้โดยไม่ทำงานเป็นหลักแหล่งและนำเงินที่ได้ไปซื้อเหล้ากิน แม้ว่าเจ้าหน้าที่สอบถามจากน้องบี (นามสมมุติ) ลูกสาวของนางสาวพิกุล ก็ให้การว่าแม่ไม่ได้บังคับแต่ยอมมานั่งขอทานเองเพราะจะเอาเงินไปซื้ออาหารให้หมาและแมวที่เลี้ยงไว้กินส่วนเงินที่เหลือก็จะเอาไว้ให้แม่ใช้ สำหรับพฤติกรรมของนางสาวพิกุล แม้ว่าจะเป็นแม่แต่การนำลูกสาวที่อายุยังน้อยมานั่งขอทานก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา26
พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.หัวหน้าศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และ ปราบปรามการค้ามนุษย์ตำรวจภูธรภาค2 (พดส.ภ.2) กล่าว่าคดีนี้จากการสอบสวนปากคำแม่และลูกสาวแล้วพบว่าแม่ไม่ได้บังคับลูกให้ออกมาขอทานและลูกสาวก็ยินยอมมาขอทานเองก็ถือว่าผู้เป็นแม่นั้นเจตนาพาลูกมากระทำความผิด ซึ่งแม่ก็ถือว่ากระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา26 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหานางสาวพิกุล แม่เด็กว่า “บังคับขู่เข็ญ ชักจูง หรือยินยอมหรือกระทำการใดๆให้เด็กไปขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือกระทำความผิดหรือกระทำการใดๆอันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบจากเด็ก” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อส่งไปไปดำเนินคดี ส่วน น้องบี (นามสมมุติ) ลูกสาวของ นางสาวพิกุล ทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ดำเนินการช่วยเหลือโดยนำตัวไปพักไว้ยัง ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นการั่วคราวเพื่อรอให้ขั้นตอนทางกฎหมายดำเนินคดีกับ นางสาวพิกุล เสียก่อนหลังจากก็จะให้นางสาวพิกุล มารับตัวลูกสาวกลับไปโดยทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ช่วยเหลือนางสาวพิกุล ในการนำตัวทั้งลูกสาวและลูกชายกลับเข้าไปเรียนหนังสือตามปกติพร้อมกับหาอาชีพให้ทำเป็นหลักแหล่งเพื่อไม่ให้พาลูกออกมาเร่ร่อนขอทานอีก
Print This News