แถลงข่าวจับหนุ่มใหญ่จากระยองอ้างตัวเป็นตำรวจสภ.บางละมุงฝ่ายสืบสวน ใช้อาวุธปืนจี้ 2 ผัว-เมีย ไปตรวจหาสารเสพติดและออกอุบายหลอกผัวลงจากรถ แล้วขับรถหนีพาเมียไปข่มขืนยับในไร่มันท้องที่ระยองพัทยา-วานนี้ (26 ม.ค.55) เมื่อเวลา18.00 น. ที่ สภ.บางละมุงโดยการนำของ พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.บางละมุง พ.ต.ท.ศุภชัชจน์ เปี่ยมมนัส รอง.ผกก.ปป.พ.ต.ท.จักรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง.ผกก.สส.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยชุดสืบโดยการนำของ ร.ต.อ.กรณ์พงษ์ สุขวิสิฐ รอง.สว.สส.เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้มีการแถลงข่าวหนุ่มใหญ่จากระยองอ้างตัวเป็นตำรวจสภ.บางละมุงฝ่ายสืบสวน ใช้อาวุธปืนจี้ 2 ผัว-เมีย ไปตรวจหาสารเสพติดและออกอุบายหลอกผัวลงจากรถ แล้วขับรถหนีพาเมียไปข่มขืนยับในไร่มันท้องที่ระยอง
สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่17 ม.ค.55 เวลาประมาณ 20.30 น. 2 ผัว-เมีย ชื่อนายอ๊อด (นามสมมุติ) และนางอ้อ (นามสมมุติ)ได้นอนเล่นและนั่งคุยกันอยู่ในแค้มป์คนงานที่พัก ถูกชายคนหนึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจสภ.บางละมุงฝ่ายสืบสวน ใช้อาวุธปืนจี้ นำตัวขึ้นรถเก๋งอ้างว่าจะพาไปตรวจสารเสพติด ก่อนออกอุบายให้ผัวลงจากรถไปขอเบอร์โทรศัพท์กับเจ้านายแล้วขับรถหลบหนีไปพร้อมผู้หญิงพาไปข่มขืนที่ป่ามันสำปะหลังที่ ต.สำนักท้อน อ.บ้านแง จ.ระยอง แล้วปล่อยนางวรรณวิสาทิ้งไว้ต้องเดินโซซัดโซเซกลับมาตอนตี 2 ของวันเดียวกัน และได้แจ้งความไว้ที่สภ.บางละมุงซึ่งได้ออกภาพสเก็ต รูปพรรณสัณฐาน
ทางชุดสืบสวนโดยการนำของ. พ.ต.ท.จักรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง.ผกก.สส.ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.กรณ์พงษ์ สุขวิสิฐ รอง.สว.ส.พร้อมชุดสืบลงหาข่าวจนทราบว่าคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและหลอกนางวรรณวิสาไปข่มขืนชื่อนาย ธวัชชัย บุญฉิม อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 79 หมู่ 5 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพัทยาที่ จ.47/55 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2555 พร้อมกับนำเจ้าทุกข์มาชี้ตัว
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ทางด้าน ผกก.สภ.บางละมุงสั่งห้ามประกันตัวเด็ดขาดเนื่องจากทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสียหาย โดยตั้งข้อกล่าวหาว่า 1.แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น 2.หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระใดให้ผู้อื่นปราศจาเสรีภาพในร่างกาย 3.ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โยขู่เข็นด้วยประการใดๆโยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ 4.มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติกรรม ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
Print This News