รพ.ภูมิพล จังหวัดปทุมธานี อพยพผู้ป่วยหนีน้ำ กองทัพอากาศส่งเครื่องบินลำเลียง C-130 ช่วยลำเลียงผู้ป่วยจากดอนเมือง มายังสนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา ส่งรักษาตัวโรงพยาบาลในพื้นที่ภาคตะวันออก ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ประกาศรับมือช่วยเหลือผู้ป่วยขั้น 100 เปอร์เซ็นต์
สัตหีบ-วานนี้ (22 ต.ค.54) เมื่อเวลา 13.00 น. เครื่องบินลำเลียง C -130 ของกองทัพอากาศ ได้ลำเลียงผู้ป่วยจากโรงพยาบาลภูมิพล จ.ปทุมธานี จำนวน 13 ราย หนีน้ำลี้ภัยออกจากพื้นที่ โดยเที่ยวบินได้ลำเลียงผู้ป่วยออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพ เมื่อช่วงเช้าในเวลาประมาณ 09.30 น. ลงจอด ณ หอบังคับการบิน สนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมี พลเรือตรี พันเลิศ แกล้วทนงค์ ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ให้การต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำเข้าท่วมในจังหวัดปทุมธานี โรงพยาบาลภูมิพล ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำคัญในการรักษาคนไข้ และผู้ป่วย ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องอพยพผู้ป่วยในโรงพยาบาลกว่า 100 ชีวิต ออกนอกโรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัย เบื้องต้น ทางโรงพยาบาลได้ทำการลำเลียงผู้ป่วยชุดแรก จำนวน 13 ราย ออกนอกพื้นที่ ก่อนจะลำเลียงโดยเครื่องบินลำเลียง C-130 ของกองทัพอากาศ บินออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง มายังสนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา เพื่อนำผู้ป่วยเข้ารักษาต่อยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยรถพยาบาลจากโรงพยาบาลในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย รพ.พระปกเกล้า รพ.เขาสุกิม รพ.สิริเวช รพ.แก่งหางแมว รพ.สองพี่น้อง รพ.โป่งน้ำร้อน และรพ.ท่าใหม่ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยจำนวน 4 ราย ถูกส่งเข้าพักรักษาตัวยัง โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ คือ นายวิทวัส สิทธิเดช อายุ 48 ปี นาง จำเนียร ปิยะเวช อายุ 72 ปี นาย เจริญ หนูทา อายุ 66 ปี และนาย ทองย้อย แสงวรา อายุ 72 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี
พลเรือตรี พันเลิศ แกล้วทนงค์ ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ กล่าวว่า จากสถานการณ์ขณะนี้ ทางโรงพยาบาลได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่อพยพจากพื้นที่ที่ประสบอุกทกภัยถึงขั้น 100 เปอร์เซ็นต์ โดยได้เพิ่มจำนวนห้องไอซียูเพิ่มจากเดิมอีก 6 เตียง และตึกผู้ป่วยทั่วไป 1 ตึก รองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 40 ราย สำหรับผู้ป่วยที่เดินทางเข้ารักษาในวันนี้ ล้วนเป็นผู้ป่วยทางอายุกรรม เบื้องต้น ได้จัดทีมแพทย์ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดแล้ว
Print This News