หน.พลังชล “รศ.เชาว์ มณีวงศ์” ปฏิเสธแย่งพรรคร่วมคุมท่องเที่ยว&กีฬา ยันมีความพร้อม รับได้ทุกกระทรวง เล็ง ก.อุตสาหกรรม รอถกกรรมการบริหารพรรคก่อน แต่สุดท้าย ว่าที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชี้ชะตาหลังจากที่เมื่อวานนี้ (4 ก.ค.54) พรรคพลังชล ที่นำโดย รศ.เชาว์ มณีวงศ์ หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำของพรรคอีก2 คน คือ นายวิทยา คุณปลื้ม และ นายอิทธิพล คุณปลื้ม น้องชายร่วมสายเลือด นายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนแรกของไทย ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคพลังชล เข้าเจรจา กับอีก 5 พรรคพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคมหาชน โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รวมจำนวนเสียงทั้งหมด 299 เสียง

ซึ่งการที่พรรคพลังชล ส่งน้องชาย ทั้งสองคน ของ อดีต รมว.ท่องเที่ยวฯ สนธยา คุณปลื้ม ซึ่งเป็นประธานสโมสรชลบุรีเอฟซี นายกสมาคมกีฬาจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมพูดคุยด้วยครั้งนี้ มีนัยยะ ของการขอคุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่
รศ.เชาว์ เผยว่า การที่ทั้งสองท่านเดินทางเข้าร่วมพูดคุย รับประทานอาหาร กับคุณยิ่งลักษณ์ และแกนนำพรรคร่วมตั้งรัฐบาลอีก 4 พรรคนั้นไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ หรือเจตนาที่บ่งบอกว่า พลังชลต้องการ ตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้กับนายวิทยา แต่อย่างใด แต่เนื่องจากนายวิทยาเป็นแกนนำพรรค และคว่ำหวอดในวงการเมือง และกีฬามานาน รู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นแกนนำทั้ง 4 พรรคหลายคน จึงเข้าร่วมหารือด้วย ขณะยอมรับว่าด้วยศักยภาพของ พรรคพลังชล ที่มีแกนนำอย่างคุณสนธยา คุณปลื้ม ที่เคยเป็น รมว.ท่องเที่ยวและกีฬามาก่อน ที่เคยมีผลงานที่โดดเด่นทั้งการพัฒนาการท่องเที่ยวในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนั้นให้บูม ยอดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก และการพัฒนาด้านการกีฬาที่อยู่ในระดับสูง
อีกทั้งคณะทำงานที่คร่ำหวอดในวงการกีฬา มาอย่างโชกโชน ทั้งคุณวิทยา คุณปลื้ม เป็นประธานสโมสรชลบุรีเอฟซี, นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ที่เป็นประธานพัฒนากีฬาฟุตซอล ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หรือ นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกสมาคมกีฬาจังหวัดชลบุรี ซึ่งถือได้ว่าพรรคพลังชลมีความพร้อมที่จะดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เป็นอย่างดี พร้อมปฏิเสธการแย่งเก้าอี้กับพรรคชาติไทยพัฒนาที่ดูอยู่ หรือแม้แต่กับพรรคเพื่อไทย เพียงยืนยันความพร้อมของพลังชลที่สามรถทำได้ดีเท่านั้น
อย่างไรก็ตามสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับพรรคใหญ่ คุณยิ่งลักษณ์ จะเห็นว่าเหมาะสมอย่างไร แต่จนขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาตำแหน่งรัฐมนตรี เพียงแค่มาพูดคุยกันในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น และพรรคพลังชลก็ไม่มีข้อแม้ใดๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เบื้องต้นตามโควตาแล้วจะได้ รัฐมนตรีว่าการ 1 ที่นั่ง ด้วยนโยบายที่ต้องการให้เกิดความปรองดอง พรรคพลังชลจะผลัหดันนโยบายที่ได้ประกาศไว้ทั้งหมดไปรวมกันกับพรรคร่วมอื่นๆ แล้วกลั่นกรอง ออกมาเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

หากพรรคพลังชล พลาดหวังที่จะได้คุมกระทรวงท่องเที่ยวฯแล้ว จะมีกระทรวงใดที่หวังอีก
รศ.เชาว์ กล่าวว่า นโยบายเรื่องของการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรค แต่หากไม่ได้ดูแล ก็ไม่เป็นไร ซึ่งทางพรรคมีนโยบายหลักสอดคล้องกับพรรคเพื่อไทย ในการทำงานทางการเมือง ทั้งเรื่องการเมืองที่ต้องแก้ไขเรื่อง และเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่ง กระทรวงใหญ่อย่างพาณิชย์ คมนาคม หรือมหาดไทย คงตกเป็นของพรรคที่มีที่นั่งมากกว่าตามมารยาท ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ก็เป็นกระทรวงหนึ่งที่มองต่อไป ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ด้วยความสามารถของทีมเศรษฐกิจ ที่เคยมีผลงานดูแลเกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อีสเทิร์นซีบอร์ด โลจิสติกส์ ในชลบุรี และภาคตะวันออกแล้ว เชื่อว่าหากพลังชลได้ดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม จะสามารถพัฒนาได้ดีไม่แพ้กัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีการกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด ซึ่งต้องมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคต่อไป ซึ่งจะทราบชัดเจนก็ต่อเมื่อ ทาง กกต.ประกาศรับรองการเป็น ส.ส. และมีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว เท่านั้น หลังจากนั้น บรรดาแกนนำพรรคจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 5 ถึงจะมาประชุมกันอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
Print This News