ทหารกัมพูชาได้ทยอยนำครอบครัวกัมพูชา ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรี เข้ามาอาศัยอยู่ตลอดแนวชายแดนปราสาทเขาพระวิหาร หวังร้ององค์กรสิทธิมนุษยชนสุรินทร์ – วันนี้ (26 เม.ย. 54) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานจากกองทัพบกระบุว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนจะมีเหตุปะทะเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ทหารกัมพูชาได้ทยอยนำครอบครัวกัมพูชา ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรี เข้ามาอาศัยอยู่ตลอดแนวชายแดนปราสาทเขาพระวิหารใน 7 พื้นที่ ดังนี้

1.พื้นที่ซำแต นำครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่ประมาณ 5 ครอบครัว จากการตรวจการณ์พบว่ามีเด็กและผู้หญิงทั้งเดินเท้าและขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เดินทางมาจากบ้านสะแอม อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร
2.บริเวณช่องตาเฒ่า และเนิน 400 มีครอบครัวของทหารกัมพูชาเข้ามาพักอาศัยในฐานปฏิบัติการทางทหาร ประมาณ 15 ครอบครัว
3.พื้นที่ตลาดชุมชนเขาพระวิหารหน้าประตูเหล็ก มีการนำครอบครัวเข้ามาอาศัยบริเวณบ้านพักบันไดขึ้นเขาพระวิหาร ประมาณ 7 คน และมีการนำครอบครัวเข้าพักอาศัยพื้นที่บนปราสาทพระวิหารและใกล้เคียง
4.พื้นที่ภูมะเขือ มีการนำครอบครัวเข้าพักอาศัยที่บริเวณฐานปฏิบัติการยอดภูมะเขือ จำนวน 15 คน
5.พื้นที่ช่องพระพะลัย ทหารกัมพูชานำครอบครัวเข้ามาอาศัย 1 ครอบครัว
6.พื้นที่ช่องพระพะลัย-พื้นที่ช่องสะงำ ทหารกัมพูชานำครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณฐานปฏิบัติการ และพื้นที่บริเวณโดยรอบ 985 ครัวเรือน และ
7.พื้นที่บริเวณห้วยตามาเรีย คาดว่ามีจำนวน ประมาณ 20 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่ทหารกัมพูชานำครอบครัวเข้ามาอาศัยในพื้นที่ทางทหาร คาดว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเข้าปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทย โดยเฉพาะพื้นที่ต่างอ้างสิทธิ์ หรือพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเสียเปรียบหรือล่อแหลมต่อการขัดแย้งกันด้วยอาวุธ เนื่องจากหากฝ่ายไทย ดำเนินการอาจจะส่งผลต่อพลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และหากฝ่ายไทยมีการดำเนินการฝ่ายกัมพูชาจะร้องเรียนต่อองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชน และทำการปฏิบัติการข่าวสารเพื่อประณามประเทศไทยว่าทำร้ายประชาชน ทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย และยกระดับปัญหาขึ้นสู่เวทีโลก
Credit by: www.khaosod.co.th
Photo by: ข่าวสาม
Print This News