เผยแพร่ : 05 กันยายน 2010 :: 17:09:58 น. [ 2,759 views ]

เปิดโปง!! สินบน 12.7 ล้านบาทคดี ”ตุ๋ยเด็ก” ในเมืองพัทยา

Share
สุดฉาว!! เขย่าวงการตุลาการ เกิดขึ้นในเมืองพัทยา กรณีคดีอาชญากรข้ามชาติ จอมตุ๋ยเด็ก ประวัติโชกโชน รวบได้คาหนังคาเขาถูกขังชั่วคราว ผวาคุกไทยดิ้นสุดตัวหาทางรอด ยื่นขอประกันตัวนับสิบ ไม่ผ่าน เจอเส้นใหญ่อ้างกิ๊กผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เรียกค่าน้ำชา 12.7 ล้าน ประกันตัวพร้อมล้มคดีสะอาดหมด จอมตุ๋ยติดเบ็ดฮุบคำโต กินได้ครึ่งทางเรื่องแดง เด้งยกทีมถึงผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2552 นาย สมิธ [นามสมมุติ] อายุ 60 ปี ชาวสวีเดน และเพื่อนชาวสวีเดนอีก หนึ่งคน ชาวอังกฤษอีกหนึ่งคน ถูกจับในวันเดียวกัน ในคดีมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึง 3 คดีด้วยกัน ทั้งหมดถูกรวบโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายฝ่าย ที่สำคัญ เป็นผลงานของหน่วยปราบปรามข้ามชาติที่ร่วมมือกันระหว่างตำรวจสากลจากกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียและยุโรป เรียกว่า หน่วย “Snapper” อันเป็นหน่วยที่เอาจริงเอาจังกับการกำจัดพวก “ตุ๋ยเด็ก” โดยเฉพาะ !! ทั้งสามอาชญากรถูกรวบที่บ้านเลขที่ 404/118 หมู 12 หนองปรือบางละมุง

นายสมิธและเพื่อนถูกจับกุมและขังไว้ในคุกชั่วคราว โอยนายสมิธได้ว่าจ้างทนายความจาก บริษัท สำนักงานกฎหมายที่ตั้งอยู่ในซอย D, หมู่ 10 พัทยาใต้ โดย มี น.ส.วนิดา (นามสมมุติ) เจ้าของสำนักงานได้พยายามยื่นขอประกันตัวนายสมิธ ถึง 10 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

วันหนึ่งน.ส.วนิดาถูกเพื่อน ๆ ทนายจากบริษัททนายความอื่น แนะนำให้รู้จักนางสาวลินดา (นามสมมุติ) บอกว่านางสาว ลินดา สามารถขอประกันตัวนายสมิธได้แน่นอน เพราะรู้จักและสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายหนึ่ง โดยน.ส. วนิดาได้ตกลงเรื่องเงินสินบนกับนางสาว ลินดาเป็นเงินจำนวน

3,500,000 บาท ซึ่งต่อมามีการทำเป็นข้อตกลง (ไม่มีมูลหนี้) ระหว่าง นายนภดล (นามสมมุติ) ญาติของนางสาว ลินดา กับน.ส. วนิดาโดย น.ส. วนิดากับนายนภดล ได้นำเงินตามข้อตกลงดังกล่าวไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ร่วมกัน หมายเลขบัญชี 157-217895-3 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2552 เป็นเงินจำนวน 3,500,000 บาท

โดยทั้งสองฝ่ายต้องลงชื่อถอนเงินด้วยกัน หากการประกันตัวสำเร็จทั้งสามคดี นางสาววนิดาจะต้องลงนามเพื่อเบิกเงินให้กับนาย นภดล ถ้าการขอประกันตัวไม่สำเร็จ นายนภดล จะต้องลงนามถอนเงินกลับไปให้นางสาววนิดา

ต่อมาปลายเดือน 30 กันยายน 2552 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลยชาวต่างประเทศตามข้อตกลง

และในวันที่ 3 ตุลาคม นางสาวลินดาก็ได้สั่งให้นางสาว วนิดาและนายนภดล ไปเบิกเงินจากบัญชีดังกล่าว จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เพื่อเป็นรางวัลค่าตอบแทนแก่นายนภดล

หลังจากที่นายสมิธ ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำตามข้อตกลงแล้ว นางสวาวนิดาและนายนภดลก็ได้ไปเบิกถอนเงินจากบัญชีหมายเลข 157-217895-3-___ มาเปิดบัญชีถ่ายโอนเงินให้กับนางสาวลินดาหญิงคนสนิทของผู้พิพากษารายนี้ หมายเลขบัญชี 157-218075-6____ เป็นจำนวน 3,400,000 (สามล้านสี่แสนบาทถ้วน) ต่อจากนั้นนางสาวลินดาก็ทยอยเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าว ครั้งละไม่เกิน 1,000,000 บาท ส่งมอบให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นเงินสด

หลังจากช่วยให้ประกันตัวสำเร็จ นายสมิธก็เกิดความเชื่อถือนางสาวลินดาว่า จะสามารถช่วยให้ยกฟ้องคดีของตนได้ จึงตกลงทำสัญญาว่าจ้างโดยตรงกับนางสาวลินดา เป็นเงิน 9,200,000 บาท เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 และได้ชำระเงินให้นางสาวลินดา ไปแล้ว 4,000,000 บาท คงเหลืออีก 5,200,000 บาทโดยเงินคงเหลือจำนวนดังกล่าวนี้ ได้นำไปเปิดบัญชี ที่ธนาคารพาณิชย์สาขาลาดพร้าวในชื่อบัญชีร่วมกันระหว่างนายสมิธกับนางสาวลินดา

หากคดีทั้งสามของนายสมิธถูกยกฟ้อง หรือถอนฟ้อง นายสมิธจะต้องเซ็นชื่อถอนเงินให้แก่นางสาวลินดาแต่หากไม่สำเร็จ นางสาวลินดาตกลงที่จะคืนเงินทั้งรับมาแล้ว จำนวน 4 ล้านบาทคืนให้แก่นายสมิธ

กระบวนการฝาก “กิ๊ก” รับเงินแทน ถูกแฉ!! โดยสามีจริง

เรื่องดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ร้องเรียน ซึ่งเป็นเพื่อนของนาย อภิเชษฐ์ (นามสมมุติ) สามีของนางสาวลินดาได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงคณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.) กล่าวโทษผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้ว่า นอกจากมีพฤติการณ์ฉันท์ชู้สาว กับหญิงที่มีสามีแล้ว ยังอาศัยหญิง หรือ กิ๊ก คนดังกล่าว เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องสินบน ในการตัดสินพิพากษาคดีต่าง ๆ ในหลายคดี เป็นเงินรวมหลายสิบล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสำคัญของคดี

หนังสือร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนส่งถึงประธานศาลฎีกาและอธิบดีผู้พิพากษา ภาค 1 มิใช่ร้องเรียนพฤติกรรมการเรียกรับสินบนของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้กับนางสาว ลินดาและบริวารเท่านั้น หากยังระบุว่าถูกข่มขู่คุกคามจากผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้และนางสาว ลินดาอีกด้วย

หนังสือร้องเรียนดังกล่าวระบุว่า หลังจากผู้ร้องและ นาย อภิเชษฐ์ สามีของนางสาว ลินดาได้ติดตามพฤติกรรมของ นางสาวลินดาจนทราบว่า ภรรยาเป็นชู้กับผู้พิพากษาจริง ซึ่งนางสาว ลินดาก็ยอมรับ และยังร่วมกันเรียกและรับสินบน คนทั้งสองได้ร่วมกันข่มขู่ว่าจะเอาชีวิต ผู้ร้องและนาย อภิเชษฐ์ ตลอดจน ลูกน้องที่ทราบเรื่อง เป้าหมายเพื่อต้องการที่จะให้ นาย อภิเชษฐ์ ซึ่งเป็นเจ้าของอู่รถยนต์ หย่าขาดจากภรรยา รวมทั้งไม่ให้ผู้ร้องเป็นพยานให้กับนาย อภิเชษฐ์

ต่อมา นางสาว ลินดาทราบว่าผู้ร้องมีเอกสารการเรียกและรับสินบนในคดีต่างๆ ของนางสาว ลินดาและผู้พิพากษา ทำให้ผู้พิพากษารายนี้และนางสาว ลินดาโกรธแค้นอย่างหนัก ได้แสดงอิทธิพลข่มขู่จะเอาชีวิต นาย อภิเชษฐ์ และผู้ร้อง และข่มขู่ผ่านแม่ของลูกน้อง จนเป็นเหตุบีบคั้นให้เกิดการตัดสินใจร้องเรียนต่อประธานศาลฎีกา จนทำให้ ผู้พิพากษารายนี้ใช้วิธีข่มขู่บีบคั้นด้วยวิธีต่าง ๆ เมื่อไม่ได้ผล ก็ใช้วิธีประกาศปิดกิจการอู่รถยนต์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของผู้ร้อง และ นาย อภิเชษฐ์ และนายวิโรจน์ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับนาย อภิเชษฐ์ เพื่อบีบให้นาย อภิเชษฐ์ ออกมาเจรจา

เมื่อถูกกดดันมากถึงที่สุด ทำให้นาย อภิเชษฐ์ และผู้ร้องได้ยื่นฟ้อง นางสาว ลินดากับพวก รวม 9 คน ซึ่งเป็นคดีแพ่งของศาลจังหวัดตลิ่งชัน พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉิน

และศาลจังหวัดตลิ่งชันได้ไต่สวนแล้วมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่ เมื่อเจ้าหน้าที่ศาลนำหมายคุ้มครองชั่วคราวไปส่ง ปรากฏว่า นางสาว ลินดาไม่ยอมให้ผู้ร้อง และนายวิโรจน์เข้าไปในร้านและอาละวาดเจ้าหน้าที่ศาลพยายามบอกว่าเป็นคำสั่งศาลแต่ นางสาว ลินดาไม่ยอมรับฟัง ผู้ร้องได้โทรศัพท์ไปหาผู้พิพากษารายนี้ แต่ผู้พิพากษารายนี้กลับบอกว่า นางสาว ลินดาไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เพราะวันจันทร์ศาลก็จะเพิกถอนคำสั่ง และขอให้ นาย อภิเชษฐ์ รีบมาเจรจากับผู้พิพากษารายนี้และให้ไปถอนคำร้องเรียนโดยเร็ว

หนังสือร้องเรียนระบุด้วยว่า ผู้ร้องเชื่อว่าแม้ผู้พิพากษารายนี้มีอิทธิพลมากเพียงใด แต่กำลังถูกตั้งกรรมการสอบในเรื่องความประพฤติ ไม่น่าจะติดต่อผู้พิพากษาคนใดได้ แต่ปรากฏว่าวันจันทร์ที่ 5 เมษายน 2553 นางสาว ลินดาไปยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

แต่แล้วเมื่อเวลา 14.30 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาเวลา 15.30 น.ผู้ร้อง นำคำร้องขอเลื่อนคดีเพื่อใช้สิทธิคัดค้านไปยื่นในห้องพิจารณาเวลา 15.45 น. ศาลบอกว่า มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้ว หลังจากนั้นจึงลงเวลาในคำร้องดังกล่าวว่า 16.15 น.

หลังจากการพิจารณาผลสรุปการสอบสวนเบื้องต้น ก.ต.จึงมีมติเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ให้ย้ายผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายดังกล่าวไปเป็นผู้พิพากษาศาล อุทธรณ์ประจำสำนักงานศาลยุติธรรมซึ่งไม่มีหน้าที่ใด ๆ ในการพิจารณาคดี

นอกจากนั้น ก.ต.ยังแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายดังกล่าว มีนายวีระวัฒน์ ปวราจารย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาเป็น ประธานจากเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ถ้าผลการสอบสวนทางวินัยพบว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้มีความผิดจริง ก็เข้าข่ายเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เพราะเป็นการรับสินบนเพื่อล้มคดีหรือให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา และทาง ก.ต.น่าจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป .ป.ช.)ไต่สวน เพราะมิเช่นนั้นแล้ว เท่ากับเป็นการช่วยเหลือให้พ้นผิดในทางอาญา นอกจากนั้นยังมีความผิดในทางอาญาและกฎหมายอื่นเกี่ยวพันไปถึงบุคคลอีกหลายคน จากคำร้องเรียนยังมีอีกหลายคดีที่มีการวิ่งเต้นจนได้รับการประกันตัว รวมถึงมีการใช้อิทธิพลจนผู้พิพากษารายหนึ่งในศาลจังหวัดตลิ่งชันพลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพียงชั่วข้ามคืน

ชะตากรรม “จอมตุ๋ย”

ไม่ปรากฏแน่ชัดว่านายสมิธได้หลบหนีออกนอกประเทศไปหรือยัง หลังจากคดีนี้ฉาวขึ้นมา คงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป
ส่วนนาย GG. (นามสมมุติ) เพื่อนคนอังกฤษ ติดคุกในกรุงเทพฯ อยู่ 14 เดือน แต่ในที่สุดก็หลุด (ตัดสินที่ศาลอาญา) พิพากษาเมื่อ วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 เวลา 10.30 น หลุดหมดทุกคดีด้วย ทั้ง ๆ ที่ มีเอกสารหลักฐานทั้งรูปเด็กชาย เป็นรอย คนทั้งในเมืองไทย เวียดนาม และกัมพูชา ตอนนี้ก็บินปร๋อกลับบ้านไปแล้ว ถ้าหนีไปก็ต้องไปโดนจับที่ประเทศบ้านเกิด ที่นั่นเขาอาจจะต้องติดยาว ตายในคุก ฉะนั้นพวกอาชญากร “เฒ่าหัวงู” พวกนี้เลือกที่จะ “เคลียร์” ตัวเองในเมืองไทยดีกว่า!!

นำโด่ง!! คอร์รัปชั่นเมืองพัทยา อันดับต้นของไทย

คอร์รัปชั่นในเมืองพัทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ จะมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก เพราะมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง หน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องยึดมั่นในคุณธรรมและรักษาความถูกต้อง ไม่ถือโอกาสเอากฎหมายที่มีช่องโหว่มาหากิน เพียงแค่ความสบายแห่งตน เหมือนที่นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาไปเมื่อเร็วนี้ ว่าการทุจริตไม่ได้เกิดจาก การขาดแคลนแต่เกิดจาก การไม่รู้จักพอ ตัวอย่างคนยากจนมากมายที่แสดงออกถึงการซื่อสัตย์สุจริตตลอดเวลา เช่นแท็กซี่ที่เก็บเงินได้มหาศาลและนำไปคืน เพราะการได้สิ่งใดมานั้นต้องมีเหตุผลและความชอบธรรม ตรงกันข้ามคนที่ทุจริตมากมายที่ไม่ขาดแคลนเลย แต่กลับไม่หยุดยั้งในการแสวงหา

กรณีของ นส.วนิดาเจ้าของ สนง.ทนาย เธอให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ยอมรับควัก 3.5 ล้านจ้าง นส.ลินดา “หญิงคนสนิท” ผู้พิพากษาช่วยคดี “ฝรั่งตุ๋ยเด็กจริง!! แต่บอกปัดไม่รู้ว่าตนกำลังจ่ายสินบน โดยเธอเล่าว่าชาวต่างชาติซึ่งเป็นลูกความของเธอพยายามยื่นประกันตัวนับสิบครั้ง แต่ไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาตัวเธอได้รับการแนะนำการจากเพื่อนที่เป็นทนายความให้ติดต่อสำนักงานนาย ความของกลุ่ม นางสาวลินดา ซึ่งตัวเธอไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ นางสาวลินดา และไม่รู้ว่า นางสาวลินดาเป็นภรรยาลับของผู้พิพากษา หลังจากตกลงกัน ก็ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เป็นบันทึกว่า เป็นการ “ว่าจ้าง” เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันตัว

ส่วนบันทึกข้อตกลงฉบับที่สอง (ว่าจ้าง 9.2 ล้านบาท) ที่มีชื่อของเธอเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ยอมรับว่ามีการทำบันทึกข้อตกลงฉบับดังกล่าวจริง เนื่องจากฝ่าย นางสาวลินดาไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ และตัวเธอทำหน้าที่ล่าม และเป็นพยานลงชื่อในเอกสารว่าจ้างให้เท่านั้น ปัจจุบันผู้ต้องหาชาวต่างชาติรายนี้ไม่ได้เป็นลูกความของสำนักงานทนายความของเธอแล้ว

จะเห็นได้ว่าผู้รู้กฎหมาย ย่อมได้เปรียบเสมอ การเขียนข้อตกลงก็มีการใช้ภาษา และขั้นตอนที่ทำให้ตนเองพ้นผิด

เรื่องที่น่ากลัวกว่าก็คือ เธอกล่าวว่า “เธอได้รับการแนะนำจากเพื่อนที่เป็นทนายความ” แสดงว่าในวงการทนายความก็จะรู้ว่า ต้องทำยังไงถึงจะช่วยลูกความตัวเองให้พ้นผิด เท่านั้นเอง ไม่เคยคิดว่าเขาผิด เขาควรจะได้รับโทษ กลับไปพยายามวิ่งเต้นให้เขาพ้นผิด

ข่าวนี้ทำให้วงการตุลาการสั่นสะเทือนจริง ๆ กลายเป็นว่า คุกมีไว้สำหรับขัง “คนจน” และ “คนขี้เหนียว” เท่านั้นเองหรือ??

วารีนา ปุญญาวัณน์

ข่าวเกี่ยวข้อง
นายกฯ หนักใจ เยาวชนมองทุจริต เรื่องปกติ

ข่าวที่ผ่านมา


โฆษณา

Print This News Print This News




ประเภท : จดหมายถึง บก.
ข่าว : วารีนา ปุญญาวัณน์
ภาพ : Internet

Extensive Gallery [ 7 photos ]

Comments

*

*


*


ข้อความ ที่คุณอ่านต่อจากนี้เป็นความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไป ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ แม้แต่ชื่อผู้เขียน โดยเข้าสู่โปรแกรมสนทนาแบบอัตโนมัติ ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

 

คนพัทยา
said :
ทนายที่เคยโดนจับเรื่องรถที่มีสำนักงานที่การเคหะเทพประสิทธิ์ ไอ้ทนายนั้นเลวโครตๆรวยได้เพราะชาวรัสเซีย โอนเงินมาฝอก-ทนายคนนี้มีสำนักงานทนายอาวุธโสข้างๆถือหางอยู่เรื่องเส้นไม่ต้องพูดถึงไม่มีใครกล้าแม้แต่ทนายด้วยกันและยังเป็นเพื่อนสนิทกับ ผกก.โค้งดงตาล/ มีเมียที่ไม่ได้จดทะเบียบสมรสเป็นคนเก็บเงิน ที่รู้มาเพราะเคยทำงานให้เขา
Email : srey9999@yahoo.com Date : 2010-09-20 15:48:23
สายสืบ
said :
ทนายพัทยา น่าอายที่สุด ใคร ๆ เขาก็รู้ ยิ่งคดีเกี่ยวกับฝรั่งเนี๊ยะ แย่งกันทำ แทบจะเรียกว่าทิ้งคดีอื่นไปเลย ฝรั่ส่วนใหญ่หรือแม้แต่คนไทยก็เหมือนกัน เวลามีเรื่อง โน่นต้องวิ่งไปหาทนายกรุงเทพหรือที่อื่นไปเลย

แต่ก่อนคนทั่วไป ชอบจะกระแหนะกระแหน ว่า พวกเซลแมน ขายรถมือสอง เป็นพวก กะล่อน พูด บลา ๆ ๆ ไปได้เรื่อย ๆ เดี๋ยวนี้ ทนายเมืองนี้ทำตัวน่ารังเกียจยิ่งกว่าเซลแมน

มีทนายคนหนึ่ง ตัวเล็ก ๆ อยู่สำนักงานของคนดังระดับเป็น สม. นะจ้ะ ชอบทำคดีฝรั่งแต่พูดภาษาไม่กระดิกหู แพ้คดีเป็รประจำ บางทีก็ขอเอาดื้อ ๆ ” พี่จ่ายมาเลย หมื่นหนึ่ง เดี๋ยวผมถอนฟ้องให้” นี่ได้ยินมาเต็มสองหูเลย บ้าหรือเปล่าใครจะจ่าย ก็เขาไม่ผิดน่ะ..

ส่วนอีกรายก็ ชอบบลั๊ฟ ฝรั่งแบบโง่ ๆ เวลามีเรื่องอะไรก็ชอบปลอบใจฝรั่ง โดยการใช้จิจวิทยาตื้น ๆ บอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวไอ ช่วยได้ ว่าแล้วก็เอา กระดาษ A4 มาแผ่นหนึ่ง พิมพ์อย่างดี เอาไปเคลือบด้วย แล้วเอาไปแปะไว้หน้าบ้านฝรั่งว่า บ้านนี้เป็นของ มิสเตอร์ บลา ๆๆ โปรดอย่ายุ่ง” อ่านแล้วจะบ้าตาย หลอกฝรั่งไปวัน ๆ

มีอยู่รายหนึ่งอยู่ซอยรุ้งแลนด์ รายนี้รับจ้างดะ ทำคดีแพ้ตลอด พวกฝรั่งชาวรัสเซียส่ายหัว เข็ดหลายกันไปหลายราย ใครที่เผลอไปเป็นลูกน้องในสำนักงานก็ต้องระวัง โดยเฉพาะคดีดัง ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ที่กำลังเป็นข่าวฮ็อต ๆ อีกข่าวหนึ่ง..
Email : investigator@pattayacity.com Date : 2010-09-07 16:48:53
littleduck89
said :
แย่ ที่สุด ไม่มีความเสมอภาค เนี่ยน๊า อำนาจของเงิน
แล้วคนจนอย่างเรา หาเช้ากินคํ่า จะไปทำอะไรกับเค้าได้ ก็ตกเป็นผู้กระทำผิดเสมอไป
Email : littleduck1989@gmail.com Date : 2010-09-06 17:50:00

ลิงก์ผู้สนับสนุน

จองโรงแรม ห้องพัก พัทยา

เรื่องน่าสนใจ

Thailand Directory Web Statistics at truehits.net