ตำรวจกองปราบปราม นำหมายจับบุกโรงพักพัทยา จับสาวหัวหน้าแก๊งลิขสิทธิ์เพลง คาโรงพักเมืองพัทยา หนีหมายจับคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์เหยื่อคาโรงพัก นำกลับไปสอบสวนที่เตาปูน มีพฤติกรรมอ้างเป็นตำรวจออกรีดไถสร้างความเดือดร้อนมานานพัทยา – วันนี้ (4 ก.ย. 53) เมื่อเวลา 00.15 น. พ.ต.ท.ขวัญพิชัย มะโนเจริญทรัพย์ หน.ชุดสืบสวนปราบปรามปฏิบัติการพิเศษ กก.2 บก.ปป. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปรามในชุดนอกเครื่องแบบ นำหมายจับศาลอาญา ที่3603/2552 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 เดินทางมายัง สภ.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อจับกุมตัว นางสาวสุดารัตน์ แย้มศรี หรือสุ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 157 ม.5 ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวในคดี ร่วมกัน กรรโชกทรัพย์ ซึ่งหลบหนีหมายจับจากท้องที่ สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน มาทำอาชีพเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง อยู่ในท้องที่เมืองพัทยา โดยกำลังตำรวจสามารถจับกุมตัว นางสาวสุดารัตน์ ได้ขณะที่กำลังพาพรรคพวกซึ่งอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ค่ายเพลง จับกุมตัวผู้ประกอบการที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาไกล่เกลี่ยเพื่อยอมความกันอยู่ภายใน สภ.เมืองพัทยา

โดย พ.ต.ท.ขวัญพิชัย มะโนเจริญทรัพย์ หน.ชุดสืบสวนปราบปรามปฏิบัติการพิเศษ กก.2 บก.ปป. ได้นำหมายจับพร้อมภาพถ่ายแสดงให้กับ นางสาวสุดารัตน์ ให้ตรวจสอบดู ว่าตรงกับตัวผู้ต้องหาหรือไม่ ซึ่งขณะจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้แสดงอาการโวยวาย และขู่จะฟ้องกลับผู้สื่อข่าวที่กำลังทำข่าว หากนำเสนอข่าวที่ตนเองถูกจับกุม อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จับกุมตัว นางสาวสุดารัตน์ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งได้ก่อคดีร่วมกันกับพวก กรรโชกทรัพย์ ผู้เสียหายที่เป็นผู้ประกอบการละเมิดลิขสิทธิ์ในท้องที่ สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน วันที่ 31 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้กลับไปยังสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน เพื่อให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเปิดเผยว่า ได้ติดตามกลุ่มผู้ต้องหาที่แฝงตัวทำอาชีพเกี่ยวกับ ตัวแทนลิขสิทธิ์จากค่ายเพลงดังในเมืองไทยหลายค่าย หรือแก๊งลิขสิทธิ์ ที่มักจะพากันออกจับกุมผู้ประกอบการที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตามที่ต่าง ๆ มาเป็นเวลานานแล้วทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองพัทยา โดยแก๊งลิขสิทธิ์ กลุ่มนี้จะมีพรรคพวกที่ทำงานหลายคนและชอบอ้างตัวเป็นตำรวจ จับกุมตัวผู้ประกอบการร้านค้า ร้านเกมส์ ร้านอาหาร ผับ ในเมืองพัทยา แล้วข่มขู่กรรโชกเอาทรัพย์สินเป็นเงินจำนวนมากกับผู้ประกอบการที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดี จนมีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อถูกกรรโชกเอาทรัพย์จำนวนหลายราย ได้ร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับกุมตัวแก๊งลิขสิทธิ์กลุ่มนี้
จนกระทั่งกลุ่มผู้ต้องหายังวนเวียนจับกุมผู้ประกอบการที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในเมืองพัทยาอยู่เป็นประจำ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้กำลังจับตัวผู้ประกอบการที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาไกล่เกลี่ยคดีกันที่ สภ.เมืองพัทยา ซึ่งผู้ประกอบการที่ถูกจับกุมมานั้นได้ร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ว่าถูกแก๊งลิขสิทธิ์กลุ่มนี้วนเวียนจับกุมตัวมาแล้วหลายครั้ง และได้เรียกร้องขู่ให้จ่ายเงินหลายหมื่นบาทเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีอีกด้วย นอกจากตัว นางสาวสุดารัตน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแก๊งลิขสิทธิ์ที่ถูกจับได้แล้ว ตำรวจยังเปิดเผยอีกว่ายังมีเพื่อนร่วมแก๊งที่มีหมายจับในคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ที่ไหวตัวหลบหนีไปได้อีกหลายราย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ายังวนเวียนอยู่ในเมืองพัทยา ซึ่งจะได้เร่งดำเนินการจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
Print This News
มันสะใจจริงๆ เป็นไงเจ้ ทำไมไม่ปากเก่ง เหมือนเวลาเข้าไปขู่ร้านเนตล่ะ ทำยึกยัก น่าจะโดนใส่กุญแจมือนะ.. โบราณว่าคนล้มอย่าข้าม แต่งานนี้ขอกระโดดกลับไปกลับมาหลายๆ รอบ อิ อิ ก็ มัน สอสระอะ ใจ...
มันเป็นคืนที่น่าวิเคราะห์ที่ได้เห็นว่าพวกเขาทำอะไรกัน ตำรวจสอบสวนพวกเราแยกกันทีละคน จากเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ททั้งหมด ผลสรุปว่า ทุกร้านจะต้องจ่ายค่าปรับร้านละ 60,000 บาท ต่อร้าน ไม่สำคัญว่าจะมีคอมพิวเตอร์กี่เครื่องภายในร้าน
ฉัน ได้รู้จักกับเจ้าของร้านบางคน พวกเขาส่วนใหญ่ตกลงที่จะจ่าย มันน่าแปลกที่ว่ามีผู้ชายบางคนที่อยู่แถวนั้นมาคุยกับเราด้วยความเป็นมิตร และช่วยเหลือ ทำตัวเหมือนเป็นทนายความ เขาบอกกับเราว่าเราควรจะจ่ายด้วยเหตุผลเหล่านี้
1. เราสามารถนำคอมพิวเตอร์ของเรากลับไปได้ และเปิดกิจการได้ในทันที
2. เราจะไม่มีประวัติอาชญากรรม เกี่ยวกับการขโมยซอฟแวร์
3. ถ้าเราไม่จ่ายค่าปรับ และต้องการจะสู้ในศาล ถึงแม้ว่าเราจะชนะ แต่ในขณะดำเนินการเราก็จะต้องจ่ายค่าทนาย และเสียเวลา รวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ซึ่งตามปรกติแล้วใช้เวลาอีกเป็นปี ๆ ด้วย
4. ถ้าคุณคิดว่าคุณจะชนะ (ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม) แต่ ณ. คืนนี้คุณก็ต้องประกันตัวเองออกไปก่อน และต้องเสียค่าประกันตัวมากกว่าค่าปรับ (เช่นดิฉันก็ต้องประกันตัวหนึ่งแสนบาทต่อคน)
5. และเหตุผลอื่น ๆ
เมื่อ ได้ฟังคำแนะนำอย่างนั้น เหยื่อส่วนใหญ่ก็จำต้องจ่ายค่าปรับออกไปโดยเร็ว คนสุดท้ายที่ตกลงจ่ายเงินค่าปรับ 60,000 บาท เป็นเพื่อนของดิฉันเอง ที่แต่เดิมได้ตกลงกับดิฉันว่าเราจะฟ้องศาล แต่แล้วเพื่อนก็ทิ้งเราและเจ้าของร้านอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นสองรายสุดท้ายให้ผจญกรรมอยู่ตามลำพังที่สถานีตำรวจที่โค้งดงตาล
ผู้หญิงที่น่าส่งสารคนหนึ่ง อายุประมาณ 35 ปีเห็นจะได้ เธอเป็นเพียงพนักงานร้านและไม่สามารถติดต่อเจ้าของร้านได้ เธอจึงต้องนอนในคุกในกรงขังคืนนั้น!!
พวก เขาถามดิฉันว่า ทำไมไม่จ่ายค่าปรับเสียล่ะ หากเลือกต่อสู้คดี ก็ต้องประกันตัวออกไป จะต้องเสียค่าประกันถึงคนละ 100,000 บาท ดิฉันได้บอกถึงเหตุผลของดิฉันว่า ดิฉันจะไม่จ่ายค่าปรับเพราะการบังคับให้สารภาพว่าขโมยซอฟแวร์ โดยที่เราไม่รู้เรื่องอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะว่าดิฉันรู้จักกับนายตำรวจใหญ่ในเมืองพัทยา หรือมีเส้นสายใด ๆ
พวกที่จับดิฉันมาแสดงท่าทางโกรธและส่ายหัวกับความดื้อรั้นของเรา เราได้เรียนรู้หลายอย่างจากเหตุการณ์ในคืนนั้น ดิฉันต้องรวบรวมเงินสองแสนบาทจากตัวเองและเพื่อนฝูง(ที่เข้าใจและสนับสนุน ให้ต่อสู้) มีแม้กระทั่งลูกค้าประจำร้านของดิฉันคนหนึ่งได้กรุณาช่วยเหลือจนเรารวบรวม เงิน ครบสองแสนบาทประกันตัวเราออกมา
เรา ต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ และถูกถ่ายรูป ดิฉันรู้อยู่แก่ใจว่า รูปจะต้องขึ้นไปอยู่ในหนังสือพิมพ์ฉบับวันรุ่งขึ้น และก็ช่างมันปะไร คุณรู้หรือไม่ว่า บางครั้งเมื่อคุณถูกบีบมาก ๆ เข้า คุณอาจจะกลายเป็นอาชญากรจริง ๆ ขึ้นมาก็ได้
ดิฉัน เจ็บตื้อขึ้นมาในหัวใจ เหมือนน้ำตาตกใน ความรู้สึกที่ว่าเราเป็นเหมือนประชาชนคนไทยที่โดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง นับประสาอะไรกับนักท่องเที่ยวที่เขาหลงเข้ามาในบ้านเรา เขายังถูกประพฤติปฏิบัติแบบนี้ มิน่าเล่าพัทยาถึงได้มีข่าวเกี่ยวกับอาชญากรรมอยู่เสมอ
ในที่สุด เราออกมาจากสถานีตำรวจได้ เมื่อเวลาเกือบตีสอง ดิฉันเห็นแววตาของลูกบอกว่าเขาได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากเรื่องที่เกิดขึ้น เขาเอ่ยขึ้นมาแบบเอาจริงเอาจังเมื่อเราขับรถกลับบ้านว่า “แม่ครับ หากผมแต่งงานมีครอบครัว ผมจะมีลูก 4 คน คนหนึ่งเป็นหมอ คนหนึ่งเป็นตำรวจ คนหนึ่งเป็นนักเลง และอีกคนหนึ่งเป็นทนายความ”
นี่คือผลพวงแห่งการทุจริต เอารัดเอาเปรียบที่มีให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นอย่างนี้ แล้วจะไม่ให้เด็กรุ่นหลัง สับสนระหว่างคำว่า “ทำได้ดี ได้ดี” กลายเป็นว่า “ทำดีได้ดี มีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป”
ให้กำลังใจ เพื่อนผู้ดิ้นรนต่อสู้ ของให้อย่าหยุดแสวงหาความยุติธรรม อย่าให้คนชั่วครองเมือง...
แปลกใจที่ตํารวจตามท้องที่ต่างๆไม่ตรวจสอบ
ก่อน แถมยังไม่ทําตามคําสั่งสํานักงานตํารวจแห่งเลย
มีหนังสือชัดเจนเรื่องการจับลิขสิทธิ์ตามผู้ประกอบการต่างๆ
โดนให้ผู้ที่ถือลิขสิทธิ์ต้องมอบอํานาจให้เจ้าที่ตํารวจ
ตํารวจต้องตรวจสอบว่าพวกนี้ถือลิขสิทธิ์จริงไหม
นําสืบ ขอหมายค้น เขาตรวจสอบผู้ประกอบการ
มันมีขั้นตอน แต่พาพวกยกเครื่องไปโรงพักอย่างเดียว
บางทีก็ให้เด็กมายัดเพลงในเครื่อง
อ่านของคุณสายสืบแล้ว ได้แง่คิดที่ดีมากครับ มีประโยชน์มาก ถือว่าเปิดหูเปิดตาไปเลย
1. หัวอ่อน หรือขี้กลัว (อาจจะเป็นว่าไม่รู้กฎหมาย หรืออาจจะผิดจริง แต่จะยอมจ่ายไป)
2. เจ้าของเป็นแฟนฝรั่ง มีตังค์เยอะ ขี้เกียจมีปัญหา ตัวเองไม่มี work permit หรืออาจจะแก่แล้วไม่อยากมีเรื่องก็จ่าย ๆ ไป
3. จ่ายตามเพื่อน เห็นคนอื่นจ่าย เราก็ต้องจ่าย
4. มีความผิดอื่นซุกซ่อนอยู่ด้วย ก็ไม่อยากให้ซักไซ้ มากมาย จ่าย ๆ ไป
หลังจาก จ่ายกันไปแล้ว เขาก็จะหลอกเราว่า พี่จ่ายแล้วก็ถือว่าไม่ผิดแล้ว จะเปิดเพลงอะไรก้เปิดไป ลูกน้องบื้อ ๆ ของเราก็เปิดไปโลด วันหลังมันก็ให้เบ๊มันคนอื่น มาล่อเราอีก เข้าตำรา หลอกให้เราไว้ใจมันแล้วฟันเราเรื่อย ๆ
ทางแก้ ขอแนะนำว่า
ทำให้ถูกต้อง ไปที่เมืองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย ว่าต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อะไรบ้าง จ่ายให้ครบ เอาใบเสร็จหรือใบอนุญาตมาติดไว้ แล้วไปทำป้ายตัวใหญ่ ๆ (ใหญ่มาก ๆ ) ใส่กรอบมาตั้งไว้ในร้านเลยว่า
“ ร้านนี้ จ่ายทุกอย่างครบถ้วน โปรดอย่ารบกวนแขก)” หากสงสัยโปรดโทรไปที่เบอร์ นี้ ๆๆ แล้วใส่เบอร์ คนที่คุณชำระค่าใบเสร็จต่าง ๆ ไป เป็นไปได้ถ่ายรูปคนที่มาเก็บเงินคุณติดไว้ด้วย
คำถามสำหรับท่านผู้กำกับ
ทำไมอนุญาตให้บุคคลเหล่านี้มายึดพื้นที่ของราชการ คือมี่โรงพักอย่างโจ่งแจ้ง ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน เราชาวพัทยากล้ำกลืน ทนกับการกดขี่แบบนี้มานาน เฝ้าแต่รอว่าเมื่อไหร่เราถึงจะมี อัศวิน ขี่ม้าขาว (สีเทา ๆ มั่งก็ยังดี) มาช่วยพวกเราบ้าง ท่าน ทำได้ดีมาก ตอนนี้โรงพักดูเป็นเรื่องเป็นราว ไปติดต่อก็รวดเร็ว แต่ตอนกลางคืนดึก ๆ ทำไมกลายเป็นสำนักงาน ประจำ ของพวกรีดไถเหล่านี้ไปได้ เราทราบว่าท่านอึดอัด ลูบหน้าปะจมูก แต่การทำความดี มันก็ต้องมีการลงทุน ท่านลงทุนด้วยความอดทน ความยืดหยุ่น ความปรองดอง แต่ท่านใช้เวลานานเกินไปหรือเปล่าคะ
ภาพพจน์ที่พวกรีดไถเหล่านี้ ต้องการคือภาพ “โรงพัก” ภาพ “ตำรวจ” ทำไมเขาไม่มีสำนักงาน แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สมรู้ร่วมคิดกับเขา ไปรับหน้ากันเอาเอง ภาพโดยรวมของตำรวจก็ไม่เสีย ลูกน้องท่านเงินเดือนน้อย อาจจะหน้ามืด เห็นแก่เงินที่หามาง่าย ๆ แต่มันผิด!! ผิดจรรยาบรรณ ผิดกฎหมาย เป็นบาป สูบเลือดเนื่อคนทำมาหากินสุจริต ที่ต้องเสียทั้งภาษีรัฐ ภาษีสังคม และภาษี (ขูดรีด) เหล่านี้!!
สุดท้าย อยากฝากคำถามไปยังเด็กหนุ่ม (หน้าโหด หน้าแหลม หน้าด้าน หน้าตาใส) ที่ร่วมแก้งเป็นเบ๊เขารีดไถน่ะ ทำไมทนได้ งานของคุณทุกวัน ๆ ก็ต้องเครียด ต้องปั้นหน้าบึ้ง หน้าโหด โดนคนด่า คนตะคอก คนอ้อนวอน พอพาเขามาโรงพักได้ก็ต้องเถียงกัน ต้องอธิบาย ต้องตรวจนั่น ห่อนี่ ต้องเล่นบทเดิม ๆ มันทุกคืน ไม่เหนื่อยหรือยังไงนะ ยังหนุ่ม ๆ อยู่ยังไม่สายที่จะไปหางานที่มันไม่เครียด ไม่ต้องมีคนเกลียด โกรธแค้น ตั้งแต่อยู่พัทยามาก็เห็นมีคนที่ทำธุรกิจแบบนี้ ถูกตามล่า และถูกยิงตายก็มีนะคะ
การทำความดี ไม่มีเวลาสาย…
กองปราบมารวบตัว แล้วก็ปล่อยให้เรายืนงง พวกมันก็หายไปทีละคน ไอ้หน้ายาวที่อยู่ในเว็ปหัวหน้านั่นตัวแสบ หลบเลย เห็นมันนั่งมุดหน้าอยู่ในห้องตำรวจ ที่พักพิงมึงดีนะไอ้..
พวกข้าราชการก็ทำงานเอาหน้า หาตำแหน่ง พวกนักการเมืองก็ได้แต่คิดเรื่องผลประโยชน์ บางคนเป็นคนดี มาตลอดชีวิตที่รับราชการ พอเกษียณออกมา ไปรับใช้นักการเมือง กลายเป็นคนเห็นแก่ได้ ไปทีละเล็กละน้อย จนไม่รู้สึกผิดอีกเลย
อ่านข่าวันนี้แล้วสลดใจจริง ๆ ขนาดคนระดับนายกยังออกมายอมรับตรง ๆ ว่า ค่านิยมของวัยรุ่น หรือเด็กรุ่นปัจจุบันเปลี่ยนไป ชี้ หนักใจ ออกมาปราศรัยปัญหาทุจริต อยู่ในระดับรุนแรงห่วงเยาวชนยอมรับโกงเรื่องปกติ !!
อ่านได้ที่นี่ค่ะ
ชาวบ้านเค้าเดือดร้อน
สมน้ำหน้าพวกมันงานดี ๆ มีไม่ทำ ทำนาบนหลังคน
ขอให้พวกมันชิบหายไปหลาย ๆ โครตเลย
เพราะบุคคลที่โดนจับ ซึ่งยังไม่รวมทีมงานเค้าที่หลบหนีไปได้ นั้นได้ออกทำการขู่กรรโชคทรัพท์ซึ่งส่วนใหญ่
จะมากับ ตำรวจนอกเครื่องแบบ 1 นายซึ่งเท่าที่กระผมเจอนั้น จะบอกว่ามาจาก สภต พัทยา ทำไม สภต พื้นที่ถึงปล่อยปะละเลยขนาดนี้ เพราะแก็งค์นี้ออกจับลักษณ์นี้ในเขตพัทยามา ร่วมปี ซึ่ง จากร้านที่โดนจะมีอีก 1คน
ในแก็งค์นี้คือ นาย วัชร เย็นสินธุ์ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นหัวหน้าด้วย ยังอยู่ในเขตพีนที่พัทยา ซึ่งขอมุลนี้ เป็นคลิป วีดีโอ โดยสามารถเข้าดูได้ที่ www.ict.in.th
จึงขอเรียนหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือผุ้ที่เดือนร้อนจากกลุ่มแก็งค์มิจฉาชีพเหลือนี้ด้วยนะครับ
ขอบพระคุณมากครับ
รู้ได้จากที่นี่ครับ http://ict.in.th/
รูปร่างหน้าตา การศึกษา ฐานะ ไม่ได้ช่วยให้คนเจริญขึ้น
เกิดเป็นคนทำไม ถ้าไม่รู้จักคุณค่าของคำว่า "คน"