นายทหารเรือนอกราชการ “หมวดเจตน์” เซียนพระสัตหีบ ขี่จักรยานยนต์กลับบ้านกลางดึก ปาดหน้ารถแวนเจ้าของอู่เคาะพ่นสี เข้าทางแยกยูเทิร์น เจอพุ่งชนท้ายร่างลอยขึ้นเกาะกลางถนน ดับคาที่สัตหีบ – วานนี้ (1 ก.ย. 53) เมื่อเวลา 19.30 น. พ.ต.ท.สำเริง รัตนนาม พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ บนถนนสุขุมวิท หมายเลข 3 เส้นทางสัตหีบ-พัทยา หลักกิโลเมตรที่ 171 หน้าตลาดนัด 700 ไร่ หมู่ที่ 3 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุบนเกราะกลางถนนพบ ร่างของ เรือตรี เจตน์ จูฑะวิภาต อายุ 77 ปี นายทหารนอกราชการ หรือเซียนเจตน์ เป็นบุคคลมีชื่อเสียงในวงการพระเครื่องสัตหีบ พักอยู่บ้านเลขที่ 72/55 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในสภาพคอหัก กะโหลกแตก ขาหักทั้ง 2 ข้าง ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 100 เมตร พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ยี่ห้อ ซูซูกิ คริสตัน สีดำ หมายเลขทะเบียน ส-6954 ชลบุรี ในสภาพด้านท้ายถูกชนพังยับเยินติดอยู่กับกันชนรถแวน ยี่ห้อมาสด้า สีบอรน์ หมายเลขทะเบียน กษ-1964 ชลบุรี สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินโดยมี นายธนศักดิ์ โกธรรม อายุ 60 ปี เจ้าของอู่คันธมาศน์การาจ เป็นผู้ขับขี่

ซึ่งทางด้าน พ.ต.ท.สำเริง รัตนนาม ได้ทำการสอบสวน นายธนศักดิ์ ได้ให้การว่าได้ขับรถมาจากตลาดสัตหีบเพื่อกลับบ้านพักที่เมืองพัทยา ขณะขับมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ของผู้ตายได้ขับปาดหน้า เพื่อจะเข้าเส้นทางยูเทิร์นอย่างกระชั้นชิด ทำให้ไม่สามารถเบรกรถได้ทัน จึงพุ่งเข้าชนอย่างแรงทำให้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้น
ต่อมาได้มี นางสมพิศ จูฑะวิภาต อายุ 56 ปี ภรรยาของผู้ตายได้มาดูศพสามีที่เกิดเหตุ และเล่าให้ฟังว่าในช่วงเย็น ผู้ตายบอกว่า จะออกไปหาเซียนพระด้วยกันที่ซุ้มพระของเพื่อน ตนมารู้อีกทีก็เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. ได้มีคนโทรศัพท์มาบอกว่าสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตคาที่
ด้าน พ.ต.ท.สำเริง รัตนนาม พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ กล่าวว่าในเบื้องต้นได้ทำบันทึกที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานก่อนจะเรียกผู้ที่เห็นเหตุการณ์มาสอบสวนที่มาของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหากับ นายธนศักดิ์ โกธรรม ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งว่าขับขี่รถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งโรงพยาบาลสัตหีบ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดต่อไป
Print This News