ตร.พัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ช่วยกันระดมกำลังปิดป่าเพื่อตามล่าตัว "ไอ้รุจ" โจ๋วัย 17 ผู้ต้องหาร่วมแก๊งชิงทรัพย์ ภายหลังจากหลบหนีจากการคุมตัวส่งสำนักงานอัยการเขต2 (จังหวัดพัทยา) แต่ยังไม่พบตัว คาดกบดานตามบ้านคนรู้จักในพื้นที่พัทยา – วานนี้ (14 ก.ค. 53) เมื่อประมาณ 17.00 น. พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์ในความรับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา อาศัยจังหวะหลบหนีระหว่างนำตัวส่งให้อัยการ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ที่บริเวณลานจอดรถสำนักงานอัยการเขต 2 ถ.สุขุมวิท ฝั่งขาเข้าพัทยา หมู่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กฤศกร ทองอินทร์ รอง ผกก.ปป. เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสารีบออกติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาเยาวชนทั้งหมด 3 คน เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันปล้นรถ จยย.ของเด็กนักเรียนในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา เดินทางออกจากโรงพักพัทยา โดยไม่ได้สวมเครื่องพันธนาการเนื่องจากเห็นว่ายังเป็นเยาวชนอยู่ เพื่อส่งตัวให้กับอัยการที่สำนักงานอัยการเขต 2 โดยในระหว่างรอเจ้าหน้าที่ ด.ช.รุจ ที่เป็น 1 ในผู้ต้องหาได้ปีนข้ามกำแพงวัดนาจอมเทียนวิ่งหนีหายไปในป่าละเมาะ ส่วนผู้ต้องหาในคดีเดียวกันอีก 2 คน ยังอยู่ในการควบคุมตัว

ต่อมาเมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้นำกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนจาก สภ.นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่ อปพร.เมืองพัทยา ตำรวจอาสาฯ จำนวนกว่า 100 นาย กระจายกำลังกันปิดล้อมบริเวณป่าด้านหลัง สำนักงานอัยการเขต2 (จังหวัดพัทยา) ถ.สุขุมวิท ฝั่งขาเข้าพัทยา ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อติดตามจับกุมตัว ด.ช.สำราญ สุพพะชาลี หรือ รุจ อายุ 17 ปี ผู้ต้องหา ภายหลังจากได้วิ่งไปปีนกำแพงแล้วหลบหนีไป
โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันออกติดตามหาตัวกันตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาหลายชั่วโมง จนกระทั่งมืดค่ำก็ยังไม่พบ แต่คาดว่าผู้ต้องหายังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าด้านหลังที่ตั้งของสำนักงานอัยการเขต2 (จังหวัดพัทยา) ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าบริเวณกว้างมาก และติดต่อกับพื้นที่ชายหาดจอมเทียนเขตเมืองพัทยา หรือแอบในบ้านของประชาชนในเขตใกล้เคียง ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ นางอาทิตย์ แซงผุย อายุ 38 ปี แม่ของ ด.ช.รุจ ผู้ต้องหารายนี้ มาร่วมกันช่วยติดตามหาตัวด้วย เนื่องจากคาดว่า อาจจะติดต่อพ่อแม่หรือเพื่อน และญาติที่รู้จักเพื่อให้มารับตัวพาหลบหนี แต่ทางญาติ ๆ แจ้งว่าไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวอย่างเต็มที่ เพราะไม่อยากให้ผู้ต้องหาที่ยังเป็นเยาวชนต้องหลบหนีตำรวจอีกต่อไป

ภายหลังที่ช่วยกันติดตามอยู่นานก็ไม่พบ จึงได้ถอนกำลัง อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ผู้ต้องหาน่าจะมีความชำนาญในการหลบหนีเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นคนพื้นที่ เชื่อว่าจะต้องหนีไปซ่อนตัวกับเพื่อน หรือคนรู้จักในพื้นที่พัทยาอย่างแน่นอน ซึ่งจะได้ส่งชุดสืบสวนเฝ้าติดตามจับกุมอย่างไม่ลดละ เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Print This News
น้ำตาจากความเสียใจ เป็นห่วง!!! อยากยืนอยู่ข้างลูกในเวลานั้น ช่วยลูกไม่ได้ แต่ไม่ทอดทิ้ง สิ่งที่ลุกทำผิด ไม่คาดคิดว่ามันใช่นิสัยลูก!จะด้วยเหตุผลได ท้ำให้คึกคนอง ลองทำไปในทางที่ผิด แม่ไม่คิดโทษโกรธ เก็บครั้งนี้ใว้คิดเป็นบทเรียน บอกคัวเองคิดให้มากๆ หากจะทำอะไร ฝากเอาใว้ แม่สบายใจได้ความสุข คือลูกหมด ทุกข์ ภัย ไร้ปัญหา,กราบขออภัยในความเดือดร้อน ขอโอกาศให้ เด็กคนหนึ่งซึ้งเขายอมรับโทษ หนึ่งปี ที่เขาไม่ร้องขออยากประกันตัว เพราะเขาสำนึกผิดในการกระทำของตัวเอง ทุกครั้งที่เดินทางไกลมาเยี่ยมลูกทั้งน้ำตา เสียใจที่เห้นลูกต้องอยู่ในนั้น แต่ก้มีบางอย่างที่ภูมใจ เขาอดทนรับโทษจนใด้อิระ ก็อย่าให้ผิดพลาดมีเป็นครั้งที่สองนะเด็กๆ จากแม่
ของตำรวจทางหลวงใช่มั้ย ถึงได้ไม่ทำอะไรกับเด็กพวกนี้ เด็กอีกคนก็บ้านรวยเลยได้ประกันตัว
เงินทำได้ทุกอย่างจริงๆ อย่าให้คนอื่นต้องมาโดนอย่างนี่อีกเลย สังคมพัทยาแย่ลงเพราะแบบนี้