พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระกรุณาเสด็จ เป็นองค์ประธาน โครงการรณรงค์เครือข่ายยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ที่พัทยา พัทยา – วานนี้ (6 ก.ค. 53) เมื่อเวลา 15.30 น ที่บริเวณพลับพลาพิธี บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดโครงการรณรงค์เครือข่ายยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยมีอัยการสูงสุด นาย จุลสิงห์ วสันตสิงห์ และ นาย อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ร่วมจัดงาน พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานราชการ ประธานชุมชน ผู้ประกอบการ และองค์กรต่างๆเฝ้ารับเสด็จ

เมื่อพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระดำเนินถึงพลับพลาพิธี ทรงทอดพระเนตรขบวนรณรงค์ สร้างเครือข่ายยุติความรุนแรง ต่อผู้หญิงของเมืองพัทยา โดยเครือข่ายขบวนมีองค์กรต่างๆ และประชาชนร่วมงานคับคั่ง จากนั้นพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระกรุณาประทานของที่ระลึกแก่แขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ และทรงประทานนกหวีดสัญลักษณ์โครงการแก่ตัวแทนประชาชน จากนั้นทรงฉายพระรูปร่วมกับผู้เข้ารับ ประทานของที่ระลึก
วัตถุประสงค์ ของการรณรงค์สร้างเครือข่ายยุติความรุนแรง ต่อผู้หญิงในประเทศไทย เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งทรงเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท พระราชดำริและ พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาติบ้านเมือง และพสกนิกรทั้งมวล เป็นการเผยแพร่ ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว และการคุ้มครองสิทธิเด็ก และสตรี


เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ภารกิจ งานของสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม และสร้างความสมัครสมานสามัคคีในองค์กรเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เพื่อสร้างเครือข่ายร่วมกันรณรงค์การยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ตามแผนงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด
ในโอกาสที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงปฏิบัติพระภารกิจ ในตำแหน่งอัยการสูงสุด และได้ทรงงานทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค จึงทำให้ได้ทรงสัมผัสชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน อย่างใกล้ชิด ทำให้ทรงทราบปัญหา ความเดือดร้อน รวมทั้ง ทรงห่วงใยถึงปัญหาที่ผู้หญิงถูกรังแก ถูกความรุนแรงไม่ว่าจะทางกาย วาจา ใจ จึงทรงพระเมตตารับเป็น ทูตสันถวไมตรีให้กับ ยูนิเฟรม ในโครงการ SAY NO TO VIOLENEE AGAINST WOMAN ประเทศไทย และโครงการเพื่อยุติความรุนแรงในประเทศไทย ซึ่งในปี พ.ศ.2553 ได้กำหนดให้มีการรณรงค์ เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง จำนวน 100,000 กิจกรรม ครบถ้วน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 อันเป็นวันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากล

สำนักงานอัยการสูงสุด โดยสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งมีภารกิจหลักในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน รวมถึง การคุ้มครองสิทธิสตรี จึงเห็นควรสนับสนุน และเข้าร่วมกิจกรรมในการรณรงค์ ดังกล่าว
ดังนั้นเพื่อเป็นการสนองแนวพระดำริ แสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ ของ ฝ่าพระบาท ทั้งเป็นโอกาสดีที่จะได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด การช่วยเหลือ และปรึกษาปัญหาทางด้านกฎหมาย ร่วมไปกับการจัดงานรณรงค์ ดังกล่าว ให้สังคมรับทราบอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง อันเป็นการสอดรับกับนโยบายอัยการสูงสุด ในด้านการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายทางสังคม อีกทั้งสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ที่ และแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี สำนักอัยการสูงสุด พ.ศ. 2551 -2554 ยุทธศาสตร์ ที่ 3 ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งกำหนดให้มีโครงการนำความรู้และการช่วยเหลือ ทางกฎหมาย สู่ชุมชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อนึ่งเพื่อแสดงถึงความสามัคคีในองค์กร สำนักงานอัยการสูงสุด จึงไห้สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชนทั้งประเทศไทย เข้าร่วมจัดโครงการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ดังกล่าว
Print This News
พอได้นะโครงการนี้