เผยแพร่ : 05 กรกฎาคม 2010 :: 15:07:52 น. [ 19,140 views ]

“วาฬสีน้ำเงิน” เผ่าพันธุ์ยักษ์ใหญ่ ที่ใกล้สูญสิ้น

Share
แม้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งครองผืนน้ำในมหาสมุทรทั่วโลก และมีขนาดใหญ่โตไม่น้อยกว่าตึก 8 ชั้น แต่ “วาฬสีน้ำเงิน” เกือบต้องสูญพันธุ์ไปจากโลกสีน้ำเงิน จากมนุษย์ที่ไล่ล่าอย่างหนักในช่วง 2-3 ศตวรรษที่ผ่านมา

“วาฬสีน้ำเงิน” (Blue Whale) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุด และอาจเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งอาศัยอยู่บนโลกนี้ แม้กระทั่งไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งเคยครองแผ่นดินบนโลกยังมีขนาดเล็กกว่าวาฬชนิดนี้ เคยมีผู้พบเห็นวาฬสีน้ำเงินขนาดยาวถึง 33 เมตร หนัก 190 ตัน แต่โดยทั่วไปจะพบวาฬที่มีขนาดเล็กกว่านี้ โดยมีขนาดเฉลี่ย 25-26.2 เมตร หนัก 100-120 ตัน

ข้อมูลจากเนชันนัลจีโอกราฟิกระบุว่า เฉพาะลิ้นของวาฬสีน้ำเงินอย่างเดียวก็หนักเท่า ๆ กับช้างตัวหนึ่ง ส่วนหัวใจมีขนาดพอ ๆ กับรถยนต์คันหนึ่งเลยทีเดียว ในช่วงศตวรรษที่ 20 วาฬสีน้ำเงินถูกล่าจนเกือบจะสูญพันธุ์ กระทั่งช่วงกลางทศวรรษ 1960 ได้เริ่มมีการปกป้องวาฬชนิดนี้ และเร็ว ๆ นี้ประมาณว่า เหลือวาฬสีน้ำเงินในซีกโลกใต้อยู่ประมาณ 2,300 ตัว อีกทั้งมีหลักฐานว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นปีละ 7% แต่ยังไม่มีการประมาณจำนวนวาฬชนิดนี้ ที่ดีพอในบริเวณอื่นของโลก ถึงอย่างนั้น บีบีซีนิวส์ระบุว่า มีหลักฐานประชากรวาฬสีน้ำเงินเพิ่มจำนวนขึ้นในแอตแลนติกเหนือ โดยก่อนเริ่มอุตสาหกรรมล่าวาฬ คาดว่ามีวาฬสีน้ำเงินในท้องทะเลราว 200,000-300,000 ตัว และเชื่อว่าปัจจุบันน่าจะเหลือประมาณ 12,000 ตัว ซึ่งน้อยกว่า 1% ของจำนวนเดิมที่มีอยู่

ทำไมต้องล่า “วาฬ” ? วาฬถูกล่าเพื่อ “เนื้อ” และ “น้ำมัน” เป็นหลัก โดยการล่าวาฬสามารถย้อนกลับไปได้ไกลถึง 3,000 ปีก่อน ค.ศ.ชาวอินนูอิตในกรีนแลนด์ล่าวาฬเพื่อยังชีพ ส่วนชาวญี่ปุ่นและนอร์เวย์ต่างมีวัฒนธรรมในการล่าวาฬ โดยการล่าวาฬเป็นอุตสาหกรรมนั้นเริ่มต้นในคริสศตวรรษที่ 17 และมีการล่าวาฬหนักขึ้นในช่วงศตววรษที่ 18-19 โดยในอดีตเมืองต่าง ๆ ของสหรัฐฯ และยุโรปใช้น้ำมันจากวาฬเป็นเชื้อเพลิงในการจุดตะเกียง จนกระทั่งในปี 1986 คณะกรรมการควบคุมการล่าวาฬนานาชาติ (International Whaling Commission) หรือไอดับเบิลยูซี (IWC) ได้ห้ามการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันความต้องการน้ำมันวาฬลดลงมาก และเหลือเพียงการล่าเพื่อเป็นอาหาร โดยปัจจุบันวาฬมิงก์ซึ่งเป็นวาฬขนาดเล็กที่ถูกล่ามากที่สุด

คณะกรรมการควบคุมการล่าวาฬนานาชาติจัดตั้งขึ้นเมื่อ 2 ธ.ค.1946 ณ กรุงวอชิงตัน ดี ซี สหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อการล่าวาฬที่เหมาะสมต่อจำนวนวาฬที่มีอยู่ รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมล่าวาฬ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 88 ประเทศ ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่นและนอร์เวย์ที่ล่าวาฬเป็นวัฒนธรรมด้วย ภารกิจหลักของไอดับเบิลยูซี คือกำหนดจำนวนและตารางที่เหมาะสมในการล่าวาฬ ซึ่งการกำหนดนี้เพื่อคุ้มครองวาฬบางสปีชีส์ กำหนดพื้นที่เฉพาะให้วาฬได้หลบภัยจากการล่า จำกัดจำนวนและขนาดของวาฬที่จะถูกล่า วางเงื่อนไขสำหรับการเปิด-ปิดฤดูกาลล่า และห้ามล่าลูกวาฬและวาฬตัวเมียที่มีลูกอ่อน และผู้ล่าวาฬยังต้องรวบรวมรายงานการจับ รวมถึงสถิติและข้อมูลเชิงชีววิทยาให้แก่คณะกรรมการด้วย

วาฬสีน้ำเงินเป็นวาฬกรองกิน (baleen whale) มีแผ่นกรองซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับเล็บที่เรียกว่า “บาลีน” (baleen) เชื่อมกับขากรรไกร และจัดเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่เหยื่อของวาฬกลับเป็นแพลงก์ตอนสัตว์ขนาดเล็ก ๆ เวลากินอาหารสัตว์น้ำขนาดยักษ์นี้จะกลืนน้ำปริมาณมหาศาลเพื่อกรองเอา “กริลล์” (krill) สัตว์น้ำขนาดเล็กคล้ายกุ้งและกลืนกิน โดยวาฬต้องดำน้ำลงไปล่ากริลล์ที่ความลึกประมาณ 100 เมตร และปกติจะดำน้ำนาน 20 นาที แต่มีบันทึกสูงสุดว่าดำได้นานถึง 36 นาที ทั้งนี้ วาฬสีน้ำเงินที่โตเต็มวัยกินกริลล์วันหนึ่งได้มากถึง 4 ตัน

วาฬไม่ใช่ “ปลา” เราคุ้นเคยกับการเรียกวาฬว่า “ปลาวาฬ” เช่นเดียวกับการเรียกโลมาว่า “ปลาโลมา” แต่สัตว์น้ำทั้งสองชนิดนั้นเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่เลี้ยงลูกด้วยนม ต่างจาก “ฉลาม” ที่จัดเป็นปลาชนิดหนึ่ง ทั้งวาฬและโลมาเป็นสัตว์ในลำดับเซตาเซีย (Cetacea) เช่นเดียวกัน โดยวาฬจะหายใจได้เช่นเดียวกับคน และหายใจแต่ละครั้งสามารถดำน้ำได้นานถึง 20 นาที และวาฬยังพ่นน้ำออกจากช่องหายใจได้สูงถึง 9 เมตร

วาฬแรกเกิดหนักได้ถึง 3 ตัน และมีขนาดถึง 8 เมตร โดยในช่วงปีแรกวาฬตัวน้อย จะกินนมแม่อย่างเดียวมากถึงวันละ 91 กก. ซึ่งวาฬ มีอายุเฉลี่ยประมาณ 80-90 ปี โดยศัตรูของวาฬ นอกจากมนุษย์แล้ว ยังมีปลาฉลามที่เป็นผู้ล่าอีกชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ทุก ๆ ปี ยังพบว่าวาฬบาดเจ็บจากการปะทะกับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่อีกด้วย วาฬสีน้ำเงินอาศัยอยู่ทั่วไปในมหาสมุทรทั่วโลก โดยมักจะว่ายน้ำเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ปกติจะพบเพียงลำพังหรือไปเป็นคู่ ในช่วงหน้าร้อนวาฬสีน้ำเงินจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในน่านน้ำแถบขั้วโลก และจะอพยพสู่แถบศูนย์สูตรในช่วงที่ฤดูหนาวมาเยือน โดยวาฬสีน้ำเงินจะว่ายน้ำได้ไกล 8 กม.ในเวลา 1 ชั่วโมง แต่หากตื่นเต้น หรือตกใจ วาฬสีน้ำเงินจะเร่งความเร็วได้ถึง 32 กม.ต่อชั่วโมง

นอกจากเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว วาฬสีน้ำเงินยังเป็นสัตว์ที่เสียงดังกังวานที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งภายในสภาวะที่เหมาะสม วาฬสีน้ำเงินสามารถส่งเสียงถึงวาฬอีกตัวที่อยู่ไกล 1,600 กิโลเมตรได้ โดยจะส่งชุดเสียงเป็นคลื่นสั้น เสียงครวญครางหรือโหยหวนออกไป ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าวาฬสีน้ำเงินไม่ได้ส่งเสียง เพื่อการสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่ใช้เพื่อนำทางใต้มหาสมุทรที่ลึกและอับแสง ด้วยสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ของวาฬสีน้ำเงินนั้น สะท้อนให้เห็นว่าไม่มีสัตว์โลกใดรอดพ้นจากการคุกคามของมนุษย์ไปได้ แม้กระทั่งสัตว์ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ แต่ยังไม่สายเกินไป ที่เราจะเพิ่มโอกาสให้เพื่อนร่วมโลกนี้ได้อยู่คู่กับมหาสมุทรต่อไป

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์


Related items



Print This News Print This News


ประเภท : ไลฟ์สไตล์
ภาพ : Internet

Extensive Gallery [ 7 photos ]

Comments

*

*


*


ข้อความ ที่คุณอ่านต่อจากนี้เป็นความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไป ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ แม้แต่ชื่อผู้เขียน โดยเข้าสู่โปรแกรมสนทนาแบบอัตโนมัติ ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

 

อรนุช ไผ่แสวง
said :
ไม่ควรทำลายปลาวาฬทุกชนิดโดยวิธีล่าหรือนำมาจัดแสดงเพราะปลาวาฬจะไม่ได้อยู่กับฝูง ช่วยกันรักษากันน่ะค่ะ
Email : bee_2545@hotmall.com Date : 2012-10-21 12:12:34
พนิดา กันศรีใจ
said :
ควรรักษาวาฬน้ำเงินหรือสัตว์ไกล้สูญพันธุ์ให้ดีค่ะเพราะถ้าไม่รักษาแล้วอีกหน่อยลูกหลานเราจะรู้จักกันใด้อ่างไร
Email : I-am_Ink@hotmail.com Date : 2012-10-13 12:32:37
maprang
said :
โอ้โห้ใหญ่อ่ะแต่น่าสงสารนะถูกล่าทำไมต้องล่ากันด้วยนะทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ฆ่าเราแถมยังใจดีอีกต่างหาก
Email : maprang-14@hotmail.com Date : 2011-12-26 08:31:32
Tang
said :
ใหญ่มากๆเลย
Email : tiengpac@hotmail.co.th Date : 2011-11-09 08:22:38
PuenKaew
said :
โอโห!!!!ตัวใหญ่มากเลย เปรียบเทียบกับคนนี่คน
ตัวเล็กไปเลยค่ะ ตัวนิดเดวเอง แต่ก็ของอย่าล่าเนื้อมัน
กันเลยค่ะ ^^
Email : kao2543@hotmail.com Date : 2011-10-12 12:08:45
atom
said :
Email : tom_15431@hotmail.com Date : 2011-09-20 10:54:15
art
said :
คนเรานี่ใจร้ายจังนะทำไมต้องไปฆ่ามันด้วยใครฆ่ามันชาติหน้าก็เกิดเป็นวาฬ แล้ววาฬที่เราฆ่าก็เกิดเป็นเราแล้วถูกมันฆ่าเราก็ทรมาร ชาติหน้าน่ะมีจริงนะ
Email : meeubol@hotmail.com Date : 2011-09-11 10:01:13
son
said :
วาฬน้อยผู้น่ารัก
Email : parrit_2544@hotmail.com Date : 2011-09-07 20:32:09
fon
said :
Email : sayhiffon@hotmail.com Date : 2011-08-21 16:08:22
TERY
said :
จะฆ่ามันทำไม
Email : titipongtery@hotmail.com Date : 2011-07-12 21:31:08
ิbig
said :
Email : radtanapol@hotmail.com Date : 2011-07-01 15:18:20
mind
said :
น่าสงสาน TT'
Email : mind_love2010@hotmail.com Date : 2010-12-28 01:11:05
kung
said :
น่าสงสารวาฬจังเลย


สู้ๆๆเพื่ออยู่รอดนะเจ้าวาฬ

โชคดีนะ
Email : gubgif@hotmail.co.th Date : 2010-11-30 14:25:14
benyapa
said :
น่าสงสานจางเลยน้าท้างที่อยู่ดีๆๆๆๆๆๆของมันแท้ๆๆแต่ถูกล่า



สู่เพื่ออยู่รอดน้าเจ้าวาฬ
Email : Iamcream2@hotmail.com Date : 2010-10-22 20:15:58
meen
said :
วาฬสีน้ำเงิน
Email : tree222@thaimail.com Date : 2010-08-09 21:40:04
จองโรงแรม ห้องพัก พัทยา

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

Thailand Directory Web Statistics at truehits.net