กรมโยธาธิการและผังเมืองเปิดสัมมนาโครงการพัฒนาพื้นที่แถบจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่พอเพียงพัทยา – วันนี้ (30 มิ.ย. 53) ณ โรงแรมเอวัน เดอะรอยัล ครูซ พัทยา จังหวัดชลบุรี ได้จัดให้มีการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “การวางและจัดทำผังอนุภาค กลุ่มจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด” และเรื่อง “การประยุกต์แนวทางปฏิบัติงานโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่” โดยมี นายชนินทร์ ทิพย์รัตน์ ผู้ตรวจการกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมด้วยนายโอฬาร ศักยโรจน์กุล ผู้อำนวยการสำนักผังประเทศและผังภาค กล่าวต้อนรับคณะนักวิชาการ แขกผู้มีเกียรติ และผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้

จากการที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินโครงการ วางและจัดทำผังอนุภาคกลุ่มจังหวัด โดยได้วางแผนดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 – 2555 โดยมีการดำเนินการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ในระหว่างปี พ.ศ. 2550 – 2551 ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายผังประเทศและผังภาค สู่การพัฒนาพื้นที่ระดับอนุภาค เพื่อสร้างศักยภาพ และประสานความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างจังหวัดให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อย่างเกื้อกูลและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นายชนินทร์ ทิพย์รัตน์ กล่าวว่า “ผมมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการ เรื่องการวางและจัดทำผังอนุภาค กลุ่มจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ในวันนี้ เนื่องจากพื้นที่กลุ่มจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด นับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจแห่งที่สองของประเทศ รองรับการขยายตัวของภาคมหานคร เป็นประตูเศรษฐกิจการค้าในกลุ่มประเทศอินโดจีน มีบทบาทหลักในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลัก แหล่งผลิตพลังงาน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและบันเทิงระดับโลก ส่วนจังหวัดจันทบุรี ตราด เป็นแหล่งเกษตรชั้นดีผลิตผลไม้เมืองร้อนที่ขึ้นชื่อ ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวประเภทชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะที่สวยงาม
ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และมีกรอบบูรณาการการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายนี้ผมใคร่ขอขอบคุณในความร่วมมือมายังทุกท่าน ซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคประชาชน ที่มีแนวคิด ข้อเสนอแนะ และมุมมองที่หลากหลายอันจะเป็นประโยชน์ต่อการสัมมนาในวันนี้ เพื่อให้ประเทศมีเศรษฐกิจมั่นคง สังคมเข้มแข็งและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีสืบไป”

Print This News