และแล้วชื่อของประเทศที่คนไทยคุ้นหูกันไม่มากนักอย่าง “มอนเตเนโกร” ก็ปรากฏในข่าวการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง โดยครั้งนี้ ดูจะยิ่งมีนัยสำคัญเกี่ยวพันกับการเมืองไทย และระบบ "ทุนนิยม" ได้มากยิ่งขึ้น !! “มอนเตเนโกร” กับ “ทักษิณ” มิใช่เพิ่งเป็นข่าวปีนี้ ปีที่แล้ว “ทักษิณ” กับ “มอนเตเนโกร” ก็เคยฮือฮา… ทั้งนี้ อาจเป็นเรื่องบังเอิญ…แต่ก็น่าสังเกต ว่าชื่อประเทศ “มอนเตเนโกร” ปรากฏในข่าวการเมืองไทยในช่วงเดือน พ.ค. และหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง 2 ครั้ง 2 คราแล้ว โดยครั้งก่อนในปีที่แล้ว ปี 2552 ก็มีข่าวในช่วงกลางเดือน พ.ค. ภายหลังเกิดเหตุการณ์ม็อบแดง-ม็อบ นปช. ที่นำโดย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง บุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา และตามมาด้วยการเกิดเหตุม็อบจลาจลในกรุงเทพฯในช่วงสงกรานต์

ช่วงเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว มีรายงานมาจากต่างประเทศว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้ไปเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจพิเศษ ทูตพิเศษ พลเมืองกิตติมศักดิ์ และจะลงทุนทำธุรกิจ เช่น กิจการโทรคมนาคม, การสร้างถนน ใน “นิการากัว” ประเทศที่มีภูมิอากาศแบบเขตร้อน เป็นประเทศเล็ก ๆ ในแถบอเมริกากลาง และตอนนั้นยังมีข่าวว่าอดีตนายกฯทักษิณ “มีพาสปอร์ต” ของ “มอนเตเนโกร” ประเทศแถบยุโรปตะวันออก และเข้า “ร่วมประมูลซื้อเกาะ” ชื่อ “สเวตติ นิโคลา” หรือ “เกาะฮาวายแห่งมอนเตเนโกร” ซึ่งมีการตั้งราคาเป็นหลักพันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต่อมาข่าวทักษิณกับมอนเตเนโกรในเรื่องนี้ก็เงียบไป ล่าสุดข่าวคราวก็ปรากฏขึ้นอีกในเดือน พ.ค. 2553 ทั้งประเด็น “เป็นพลเมือง” และ “ผู้ร้ายข้ามแดน ?”
“มอนเตเนโกร” ประเทศนี้ ในอดีตเป็นสาธารณรัฐในสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเซอร์เบียแอนด์มอนเตเนโกร โดยไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตด้วยเมื่อ 22 เม.ย. 2546 และก็ทำการค้าด้วยตั้งแต่ปี 2549 แต่ในเวลาต่อมา มีเพียงเซอร์เบียที่สืบสิทธิความสัมพันธ์ที่ทำไว้เดิม เพราะ “มอนเตเนโกร” แยกตัวออกจากเซอร์เบีย เป็นอีกประเทศหนึ่ง โดยการแยกตัวมีขึ้น ภายหลังมีการจัดการลงประชามติแยกตัว เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2549 ซึ่งในการลงมติปรากฏว่ามีผู้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนการแยกตัวร้อยละ 55.4 เกินเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 55 ตามที่ทางสหภาพยุโรป (อียู) กำหนดที่จะให้การรับรองประเทศ ซึ่งก็ทำให้ “มอนเตเนโกร” แยกตัวก่อตั้งเป็นประเทศได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2549
ตอนนั้นก็ทำให้ “มอนเตเนโกร” กลายเป็น “ประเทศเกิดใหม่ล่าสุดของโลก” และได้รับการรับรองจากนานาประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติลำดับที่ 192
ประเทศใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นยังไม่ครบ 4 ปี ที่ชื่อ “มอนเตเนโกร” นี้ พลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศเป็นชนเชื้อชาติมอนเตเนโกรประมาณ 43.16% และอีกราว 31.99% เป็นเชื้อชาติเซิร์บ ส่วนที่ เหลือเป็นเชื้อชาติบอสนีแอก แอลเบเนีย มุสลิม โครแอต ยิปซี (โรมา) อียิปต์ อิชคาลี และล่าสุดก็คงต้องรวมเชื้อชาติไทยด้วย เพราะมีคนชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นพลเมือง ซึ่งมีที่อยู่ระดับ “คฤหาสน์” และผู้นำประเทศนี้ก็แสดงท่าทีปกป้อง ในฐานะพลเมืองนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งมีข่าวว่ามีโครงการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ถามว่าเหตุใดคนเชื้อชาติอื่นถึงเข้าไปเป็นประชากร-เป็นพลเมืองของ “มอนเตเนโกร” ได้ ? แถมยังถึงขั้นเคยเปิดให้คนเชื้อชาติอื่นเข้าประมูลเป็นเจ้าของแผ่นดินในลักษณะของเกาะได้อีกต่างหาก !! กับเรื่องนี้โดยภาพรวม ไม่เฉพาะเจาะจงว่าหมายถึงใครคนใด ทางนักวิชาการไทยเคยชี้ผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 ของนสพ.เดลินิวส์” ไว้
“หากเป็นประเทศเกิดใหม่ มีพื้นที่และทรัพยากรจำกัด จำเป็นต้องกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ การตัดสินใจก็คงจะคล้าย ๆ กัน” นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู เคยชี้ไว้ และยังบอกว่า “เรื่องนี้เป็นธรรมดาในโลกแบบทุนนิยม” และการเปิดประมูลเกาะหรือให้ซื้อพื้นที่ในประเทศ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง
ด้านนักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ.ดร.วิบูลพงศ์ พูนประสิทธิ์ ก็เคยระบุถึง “มอนเตเนโกร” ไว้ว่า “เป็นเรื่องปกติของระบบทุนนิยม หลาย ๆ ประเทศก็นิยมทำ นี่เป็นเรื่องของระบบทุนนิยม และความต้องการทางด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ” ประเทศลักษณะนี้มีอยู่มากมาย กระจัดกระจายทั่วไปในทวีปยุโรป โดยมักจะเกิดขึ้นมาภายหลังจากที่โลกสิ้นสุดยุคสงครามเย็นระหว่างโลกเสรีและสังคมนิยม ซึ่งเรื่องความต้องการสร้าง หรือกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินจากการเข้าลงทุนของมหาเศรษฐีหรือนักลงทุนจากต่างชาติ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
“มอนเตเนโกร” จากนี้คงจะเป็นข่าวในไทยมากขึ้น เพราะอดีตนายกฯเมืองไทยที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” พลเมืองมอนเตเนโกร-ผู้ต้องหาหลายคดีในไทย !!
ที่มา เดลินิวส์
เพลง แม้ว มอนเตฯ by ศิลปิน โฟล์คเหน่อ (โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับชม)
Print This News