สำนักงานตรวจค้นเข้าเมือง ( สตม.) ถือเป็น หน่วยงานหลัก ซึ่งมีหน้าหน้าที่ ดูแล สอดส่อง และ ควบคุม ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ เข้า , อยู่ , และ ออก มาตรการ การป้องกัน ควบคุม และ ดูแล ถือเป็นนโยบายเชิงรุก พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) จึงนำ พ.ร.บ.ควบคุมคนต่างด้าว มาใช้อย่างจริงจัง ในพื้นที่แหล่งการท่องเที่ยว อย่าง พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่พัทยา – วันนี้ (11 มี.ค. 53) พ.ต.อ.อธิศวิส กมลรัตน์ ผกก.ตม.ชลบุรี ผู้ริเริ่มก่อตั้ง ศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ของ ตม.ชลบุรี นำนโยบาย ควบคุมชาวต่างชาติและป้องกันอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งอยู่ใน “พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการเข้ามาในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว โดยมีมาตรการควบคุมคนต่างด้าว ตามมาตรา 38 และ มาตรา 77 มีมาตรการควบคุมคนต่างด้าว คือ หน้าที่ของเจ้าของบ้าน เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองเคหะสถาน ผู้จัดการโรงแรม จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตม.ภายใน 24 ชั่วโมง “
เจ้าของบ้าน เจ้าของ ผู้ประกอบการ หรือผู้ครอบครองเคหะสถาน อย่าง อพาร์ทเม้นท์ เกสเฮ้าส์ คอนโดมิเนียม และ ผู้จัดการโรงแรม ในเขตพื้นที่ แหล่งการท่องเที่ยว อย่างเมืองพัทยา ศรีราชา เมื่อรับคนต่างด้าวเข้าอาศัย ให้รีบดำเนินการแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สตม. ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เข้าพัก และให้ปฏิบัติทุก 90 วัน หากไม่กระทำหรือไม่ปฏิบัติ จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 800 – 8,000 บาท และ ปรับอีกวันละ 200 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
การนำนโยบายดังกล่าวมาใช้ ข้อมูลทั้งของบุคคลต่างด้าว ที่เข้ามาพักอาศัย จะถูกนำไว้ใน ศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นนโยบายเชิงรุกในการป้องกัน การหลบหลีก และ หลบหนีความผิด เข้ามาอาศัยในประเทศไทย และ ในอนาคตข้อมูลต่าง ๆ จะสามารถช่วยเหลือ หน่วยงานตำรวจ เมื่อเกิดเหตุการณ์ ชาวต่างชาติ กระทำผิดในประเทศไทย โดยข้อมูลจะระบุว่า มีแหล่งพักอาศัยอยู่ใด และ เข้ามาอยู่นานแค่ไหน

พ.ต.ท.พนมไพร จักรพาส รอง.ผกก. ตม.ภ.จว.ชลบุรี ผู้สนองนโยบายของ สำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง และ ลงพื้นที่ด้วยตนเอง ในการประชาสัมพันธ์ เจ้าของบ้าน เจ้าของ ผู้ประกอบการ ผู้ครอบครองเคหะสถาน และ ผู้จัดการโรงแรมต่าง ๆ ในพื้นที่ เมืองพัทยา และ ศรีราชา จ.ชลบุรี โดย ด่าน ตม.ชลบุรี ได้เริ่มดีเดย์กวาดล้างจับกุม นับตั้งวันที่ 1 มี.ค.53 ที่ผ่าน ผลปรากฏว่า การเปรียบเทียบปรับ ผู้ฝ่าผืนแล้ว 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ในรูปแบบของเกสเฮ้าส์ โดยด้านล่างเปิดเป็นบาร์เบียร์ ด้านบนสร้างดัดแปลงเป็นห้องพักให้เช่า ส่วนสถานโรงแรม จะมีการดำเนินการถูกต้องมาโดยตลอด
พ.ร.บ.ควบคุมคนต่างด้าว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มทำ แต่เป็นนโยบายที่มีนานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีการนำมาใช้อย่างจริงจัง ทั้งที่นโยบายดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ เจ้าของประกอบการ หรือ ผู้จัดการ โรงแรมที่พัก อพาร์ทเม้นท์ และ คอนโดมิเนียม ในการแจ้งการเข้าพักของชาวต่างชาติ เพื่อการควบคุมชาวต่างชาติที่เข้ามาพักในเมืองพัทยา นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมชาวต่างชาติที่เข้ามาพัก พร้อมทั้งยังเกี่ยวข้องกับการเปิดศูนย์ข้อมูลคนร้ายข้ามชาติ ที่มีข้อมูลคนร้ายข้ามชาติที่มากบดานในเมืองพัทยา ซึ่งจะเชื่อมโยนกับการออกตรวจตราการแจ้งการเข้าพักของชาวต่างชาติ

การดำเนินการนโยบายดังกล่าว ยังไม่ประสบความสำเร็จมากที่ควร เนื่องจากมี เจ้าของ ผู้ประกอบการบางแห่งยังไม่เข้าใจ ซึ่งทาง ด่าน ตม.ชลบุรี ได้อธิบายให้เข้าใจ ซึ่งทุกฝ่ายก็เข้าใจ และ เริ่มปฏิบัติตาม ส่วนที่ยังฝ่าฝืน เบื้องต้นหากพบถ้าถูกจับหากเป็นโรงแรมปรับไม่เกิน 8,000 บาท หากเข้ามาพบเจ้าพนักงานด้วยตนเองมีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท หากเป็นเกสเฮ้าส์-ห้องพัก-อพาร์ทเม้นท์ ถ้าถูกจับหากเป็นโรงแรมปรับไม่เกิน 1,600 บาท หากเข้ามาพบเจ้าพนักงานด้วยตนเองมีโทษปรับไม่เกิน 800 บาท ซึ่งในการแจ้งการเข้าพักของชาวต่างชาตินั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าของกิจการ พ.ต.ท.พนมไพร จักรพาส รอง.ผกก.ตม.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวในที่สุด
พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้กล่าวขานรับ นโยบายของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยพร้อมจะให้ความช่วยเหลือทุกทาง เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่มีการนโยบายดังกล่าวมาใช้อย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก และ จะสามารถ ช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและปัญหาทุกอย่าง ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองพัทยาในรูปแบบต่าง ๆ
นายนันทพงศ์ วงศ์ดาว หนึ่งในผู้ประกอบการสถานที่พัก นโยบายที่ทาง สตม. ทำขึ้นมา ถือเป็นเรื่องที่ดี และ พร้อมปฏิบัติตามให้ความร่วมมือ ซึ่งถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากชาวต่างชาติเข้ามากระทำผิดในประเทศไทย เรื่องของ ไม่ตกเป็นผู้ให้แหล่งพักพิงอาชญากรข้ามชาติ เพียงแต่อยากให้ ตำรวจ สตม. มีการดำเนินการ อย่างจริงจังเท่านั้น
______________________________________________________________________________
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
|
|
|
Print This News