แม่น้ำโขง สายน้ำสายชีวิต ศูนย์รวมแห่งวิถีชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง ผสานวัฒนธรรมของ 4 ประเทศ ความอุดมสมบรูณ์ คือสายโลหิตของคนลุ่มแม่น้ำ แต่วันนี้แม่โขงกำลังเหือดแห้ง ใคร? หรือเพราะอะไร? คือต้นเหตุของเรื่องนี้ ความทันสมัย เทคโนโลยีก้าวไกล หรือความโลภกันแน่
“ปากแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยตะกอนดินจากแม่น้ำโขง 100-200 ล้านตันต่อปี ทำให้เพาะปลูกข้าวจนสามารถส่งออกได้ 90% ของปริมาณข้าวทั้งหมดในปากแม่น้ำ ส่งออกผลไม้จำนวน 60% ของผลไม้ทั้งหมดในปากแม่น้ำ นับได้ว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจเกษตรที่สำคัญของประเทศ ทว่าเมื่อมีการสร้างเขื่อนในจีนซึ่งเสร็จจนเดินเครื่องไปแล้ว 3 เขื่อน และเริ่มกะเก็บน้ำอีกเขื่อนซึ่งใหญ่ที่สุดคือ “เสี่ยววาน” นำมาซึ่งผลต่อการสูญเสียพื้นที่เกษตร ป่าไม้และกระทบต่อสังคมวัฒนธรรมของคนปากแม่น้ำเวียดนาม” ที่ปรึกษาเครือข่ายแม่น้ำเวียดนาม กล่าวไว้
การสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำของสาธารณรัฐประชาชนจีนนั่นเองที่ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อความอุดมสมบรูณ์และวิถีชีวิตของคนในลำน้ำโขง ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ลาว เวียดนาม กัมพูชา ก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน

ประเทศจีนมีแผนสร้างเขื่อนจำนวน 8 เขื่อนในทางตอนบนของแม่น้ำโขง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เขื่อนแมนวาน (Manwan) สร้างเสร็จเป็นเขื่อนแรกเมื่อปี 2539 ในปีเดียวกันนั้น ได้เริ่มสร้างเขื่อนดาเชาชาน (Dachaochan) ถัดมาในปี 2544 รัฐบาลยูนนานสร้างเขื่อนเสี่ยววาน (Xiaowan) สำหรับเขื่อนอื่นๆ อยู่ในระหว่างการวางแผนเช่นเขื่อนจิงฮอง (Jinghong) เขื่อนนัวซาดู (Nuozhadu) เขื่อนกองกัวเคียว (Gongguoqiao) เขื่อนกันลันบา (Ganlanba) และเขื่อนเมงซอง (Mengsong)
นายมาค สิธิฤทธิ์ จากสมาคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมประเทศกัมพูชา นำเสนอผลงานวิจัยสาละภูมิหรืองานวิจัยจาวบ้านในบริเวณโตนเลสาบ กล่าวว่า โตนเลสาบคือหัวใจของแม่น้ำโขง เป็นแหล่งปลาที่สำคัญมากถึง 230,000 ตันต่อปี กว่าครึ่งหนึ่งเพื่อการค้าขายสู่ตลาดทั่วภูมิภาคน้ำโขง ผลกระทบที่สำคัญจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบนของจีน คือ พื้นที่น้ำท่วมในโตนเลสาบลดลงนำมาซึ่งพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำลดลง พื้นที่จับสัตว์น้ำของชาวประมงลดลง โดยมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของคนกัมพูชา ส่วนหน้าแล้งปริมาณน้ำมากกว่าปกติถึง 0.6 เมตร สูญเสียพื้นที่ป่าชุมน้ำที่สำคัญของโตนเลสาบ และคาดว่าหากมีการสร้างเขื่อนตามแผนการในแม่น้ำโขงตอนล่างอีก 11 เขื่อน แน่ชัดว่า โตนเลสาบหยุดการเต้นลงดั่งหัวใจหยุดเต้น เขายังกล่าวอีกว่า ถึงเวลาที่คนในแม่น้ำโขงตอนล่างต้องตระหนักว่า เราจะกินปลาหรือกินไฟฟ้า?
จากการศึกษาบทบาททรัพยากรน้ำต่อการเกษตรบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำของเวียดนาม พบว่า 13 จังหวัดและหนึ่งเมืองหลวงในปากแม่น้ำ พึ่งพาเศรษฐกิจจากการปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมทั้งอุตสาหกรรมอันเกี่ยวเนื่อง ซึ่งสร้างรายได้อันมหาศาลให้เวียดนามต้องได้รับผลกระทบมหาศาลจากภาวะน้ำแห้งในหน้าแล้งและน้ำทะเลหนุนขึ้นมาทำให้พื้นที่การเกษตรเสียสมดุลระบบนิเวศ ระบบน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงเร็วทุก 2-3 วันโดยไม่สามารถทำนายได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจากแผนการสร้างเขื่อน 11 เขื่อนในแม่น้ำโขงตอนล่าง คือ น้ำจะขึ้นอยู่กับการควบคุมโดยเจ้าของเขื่อน ทำให้โครงข่ายนิเวศปากแม่น้ำสูญเสีย การเลี้ยงและการจับปลา การเกษตร การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจะได้รับผลกระทบต่อฐานเศรษฐกิจใหญ่มหาศาลของปากแม่น้ำ คำถามที่สำคัญคือ มันคุ้มค่ากันหรือไม่กับการสร้างเขื่อน
หากไม่มีปลาแล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร และกลไกความร่วมมือในการปกป้องดูแลแม่น้ำโขงร่วมกัน อย่างกรรมาธิการแม่น้ำโขง 4 ประเทศ (MRC) ทำอะไรกันอยู่ และยังเป็นกลไกที่ใช้ได้ในสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่
เปรมฤดี ดาวเรือง จากมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ประเทศไทย กล่าวว่า กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนล่างเท่าที่มีทั้งGMS (กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง) และกรรมาธิการแม่น้ำโขงหรือ MRC ซึ่งได้รับทุนจากประเทศผู้บริจาคในการศึกษาการพัฒนาเขื่อนพลังงานน้ำที่ยั่งยืน ไม่สามารถเป็นคำตอบของปัญหาและสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขงได้ เพราะไม่มีใครเป็นเหยื่อหรือผู้ได้รับผลประโยชน์แบบสมบูรณ์ ทางออกที่สำคัญคือความร่วมมือของประชาชนเองในแต่ละประเทศ ความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการใช้ปัญญาและความรู้ในการพัฒนาแม่น้ำโขงให้ยั่งยืน ตัวอย่างประสบการณ์ที่สำคัญในการต่อสู้เรื่องเขื่อนคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูนซึ่งดำเนินการรณรงค์หลายสิบปีจึงเห็นผล
ชาวบ้านในเขตอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตั้งข้อสังเกตว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลง น้ำขุ่น และการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลงไป ความเสียหายที่เห็นได้ชัด และมีผลกระทบโดยตรงกับรายได้ของชาวบ้านคือการที่สาหร่ายน้ำจืด หรือไก ซึ่งเป็นพืชที่ชาวบ้านเก็บขายน้อยลงมาก เนื่องจากไกต้องการน้ำสะอาด และไหลอย่างสม่ำเสมอ

นางปิ่นแก้ว บุญวาส ชาวบ้านปากอิงใต้ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า ปีนี้น้ำโขงแห้งมาก อยู่ที่นี้มาตั้งแต่ปี 2517 ยังไม่เคยเห็นน้ำในแม่น้ำโขงแห้งขนาดนี้ และฤดูแล้งนี้มีสันดอนทรายที่ปากอิงเกิดขึ้นยาวหลายร้อยเมตร สันดอนและสันทรายโผล่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่ยึดอาชีพหาปลาก็ไม่สามารถจับปลาหาเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนเช่นเคย เพราะระบบนิเวศเปลี่ยน ปลา และสัตว์น้ำนานาชนิด หายไปจากแม่น้ำที่เคยอุดมสมบรูณ์ การเกษตรต้องหยุดชะงัก ผลผลิตหดหาย จากพื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันงดงาม พานักท่องเที่ยวล่องเรือชมทัศนียภาพของสองฝั่งโขงก็ต้องพบกับความตื้นเขินของแม่น้ำ
ขณะนี้เขื่อนแม่น้ำโขงทางตอนบนในมณฑลยูนนานของจีน ก่อสร้างเสร็จแล้ว 4 แห่ง แห่งล่าสุดคือ เขื่อนเสี่ยวหวาน ขนาดความสูง 300 เมตร และเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้า 4,200 เมกกะวัตต์ ความจุอ่างเก็บน้ำ 14,560 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเริ่มกักเก็บน้ำแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ประชาชนริมแม่น้ำโขงทางตอนบนของประเทศไทยและลาว ต่างได้รับความเดือนร้อนจากน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการระบายน้ำจากเขื่อนในจีน หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้ประชาชนท้ายน้ำทราบ

เราจะมีทางออกอย่างไรกับปัญหานี้ หน่วยงานใด หรือใคร ประเทศใด ที่จะเดินหน้าแก้ไขอย่างจริงจัง หากแต่ละประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนออกมาร่วมมือกันและยึดมั่น สร้างแนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ ลำน้ำแห่งสายชีวิตแห่งนี้ก็จะอยู่คู่บ้านคู่เมืองต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน ไม่ใช่เหลือเพียงเรื่องเล่าขานในตำนานให้คนรุ่นหลังได้ฟังกัน
Print This News