มีนาคม  2010
Mon Tue Wed Thu Fri Sat Sun
   
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31  
เผยแพร่ : 03 กุมภาพันธ์ 2010 :: 17:02:37 น. [ 402 views ]

อวตาร ฝากอะไรไว้ให้ชาวโลก?

“อวตาร” (AVATAR) ภาพยนตร์สุดอลังการเรื่องผลงานของ ผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน ได้ถูกถ่ายทอดไว้ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ซึ่งเป็นที่โด่งดังและถูกกล่าวขวัญถึงทั่วโลกมากที่สุดเรื่องหนึ่ง อวตารเป็นภาพยนตร์ที่ให้ทั้งความสนุก สีสันของภาพที่งดงาม น่าตื่นตา และการติดตามเรื่องราวอันเรียบง่าย แต่เร้าให้ผู้ชมตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ด้วยความยาว 3 ชั่วโมงเต็ม ด้านเทคนิคคงไม่ต้องเอ่ยถึงกันมาก ซึ่งทราบกันดีอยู่ว่า เจมส์ คาเมรอน ได้สรรค์สร้างฉากที่สวยงามบรรเจิด และสร้างตัวละครแอนิเมชันที่ดูเหมือนจริงด้วยการผสมผสานเทคนิคพิเศษกับการเคลื่อนไหวจริงของเหล่านักแสดง อย่างทุ่มเทและลงตัว จึงขอกล่าวถึงในด้านเนื้อหาที่ผู้เขียนได้กลับมาจากการดูหนังกันเลย

อวตาร คือร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่ลอกเลียนแบบให้เหมือนชาวนาวี บน “ดาวแพนโดรา” มีลักษณะคล้ายมนุษย์ รูปร่างสูงใหญ่มีหาง ผิวหนังมีลายสีน้ำเงินเต็มตัว เรืองแสงได้ยามค่ำคืน เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ บนดวงดาวแพนโดรา ดวงตาเปล่งประกายสุกใสสีเหลืองโทนน้ำตาล มีดั้งจมูกใหญ่เหมือนสิงโต มีฟันเขี้ยวที่ยาวแหลม

ทีมนักวิทยาศาสตร์ นำทีมโดย “เกรส” หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ออกแบบวิจัยและสร้างร่างเสมือนของชาวนาวี หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “พาหนะ” นี้ขึ้นมา ด้วยวิทยาการชั้นสูง (ซึ่งบอกว่าเป็นยุคอนาคตที่ชาวโลกไฮเทคมากๆ) โดยการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อให้ออกมามีรูปร่างหน้าตาเหมือนชาวนาวีอย่างกับแกะ โดยร่างจะหายใจหรือเคลื่อนไหวได้ด้วยจิตของมนุษย์เจ้าของร่างอวตาร ผ่านเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เสมอ

“เจค ซัลลี่” พระเอกของเรื่องผู้มีขาพิการทั้งสองข้าง เป็นตัวแทนของกองทัพทหารฝ่ายมนุษย์โลก ที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่โดยการใช้ร่างอวตารเป็นสื่อในการติดต่อกับชาวนาวีที่แท้จริง บนดาวแพนโดราของพวกเขา เจคต้องเข้าไปใช้ชีวิตและคลุกคลีกับชาวนาวี ระหว่างนั้นเขาได้เรียนรู้และฝึกฝนตนเองให้อยู่และเป็นอย่างชาวนาวี การทำงานของเจคถูกใช้เพื่อการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญเพื่อแผนในการโน้มน้าวให้ชาวนาวียอมโยกย้ายถิ่นฐานและออกไปจากดินแดนที่พวกเขาเคยอยู่ อันจะเป็นการเปิดทางสะดวกในการขุดเจาะแร่พิเศษ “อันออบเทเนียม” ที่มนุษย์โลกตีราคาไว้ด้วยมูลค่าสูงลิบลิ่ว และจะนำเอากลับไปยังโลกของตน ซึ่งในที่สุด ผู้นำแห่งกองทัพได้ชักจูงให้ผู้นำแห่งการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ใช้การบุกโจมตีด้วยอาวุธอย่างรุนแรงเพื่อขับไล่ชาวนาวีออกไปให้พ้นทาง

จากบทภาพยนตร์ตลอดทั้งเรื่องที่เขียนโดย เจมส์ คาเมรอน ผู้เขียนขอนำมาเอ่ยถึงในบางส่วนด้วยมุมมองต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ความบริสุทธิ์ หมดจดในทุกแง่มุมในการดำรงชีวิตเยี่ยงชาวนาวี

ชาวนาวีเป็นมนุษย์ต่างดาว (สำหรับชาวโลก) ที่ไม่มีวิวัฒนาการที่ทันสมัยใด ๆ เลย พวกเขา มีความเชื่อที่เหนียวแน่นซึ่งถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่นว่า เทพเอวา คือเทพแห่งผืนป่า ผืนน้ำ สัตว์ทั้งหลาย และสิ่งมีชีวิตทั้งมวลบนดาว พวกเขาแต่งกายด้วยการสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น แต่ไม่ได้แสดงออกถึงความยั่วยวนอนาจารแต่อย่างใด ชาวเผ่าอยู่อย่างเคารพซึ่งกันและกัน ทุกคนถูกฝึกให้โลดโผนโจนทะยาน มีความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อใช้ชีวิตอยู๋กับกับธรรมชาติ อันเป็นสิ่งแวดล้อมเดียวของพวกเขา อย่างใกล้ชิดและสงบสุข กลางคืนนอนหลับบนเปลที่ถักทอจากพืช และแขวนลอยอยู่บนยอดไม้ กลางวันออกล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารยังชีพ พร้อมกับการขอบคุณชีวิตของสัตว์ผู้สละร่างกายเสมอ

“ช่างเป็นการฆ่าที่หมดจดจริง ๆ” คำพูดของเนเทย์รีย์ลูกสาวผู้นำเผ่า กล่าวขึ้นหลังจากที่เธอเฝ้ามองการฆ่าสัตว์ที่เพิ่งจบลงของเจค อันสำเร็จครบถ้วนตามวิถีของชาวนาวี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในระหว่างที่เจคต้องเรียนรู้และฝึกฝนตนเองให้เหมือนชาวนาวี

การเลือกมังกรคู่ใจที่ต้องแลกด้วยชีวิต

นี่เป็นอีกฉากหนึ่งที่น่าตื่นเต้นและชวนให้ลุ้นในทุกนาที เมื่อเจคถูกนำไปสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการฝึกเหมือนกับหนุ่มสาวนาวีทุกคนที่ต้องผ่านนาทีของการเลือก “อิกราน” มังกรคู่ใจเพื่อเป็นสัตว์พาหนะทางอากาศให้กับตนเอง หลังจากที่ผ่านการฝึกฝนความแข็งแกร่งในทุก ๆ ด้านมาได้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งในระหว่างการเลือกนี้หากไม่สำเร็จเขาต้องเสียชีวิตเพราะถูกมันฆ่าตาย และหากสำเร็จมันจะเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ตลอดชั่วชีวิตของมัน เจ้ามังกรอิกรานผู้ดุร้าย ถูกเจคสยบลงได้ด้วยการต่อสู้ในแบบผู้กล้าเยี่ยงชาวนาวีของเขา และด้วยระบบการเชื่อมสายสัมพันธ์แบบฉับพลัน การเชื่อมสัมพันธ์นี้เป็นไปในลักษณะเดียวกันกับการจับม้าเพื่อขี่บนหลังของมัน และการสื่อสารกับสิ่งอื่น ๆ ในธรรมชาติอีกด้วย

การรุกรานกันด้วยกำลังเพื่อให้ได้สิ่งที่ปรารถนา โดยไม่คำนึงถึงความเจ็บ ความตายของผู้อื่น

บนโลกใบนี้เราเคยเห็นและรับรู้กันมานักแล้วในประวัติศาสตร์ เช่น

เมื่อปี พ.ศ.2035 ชาวผิวขาวย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในดินแดนที่เรียกว่าทวีปอเมริกา และได้รุกรานชาวอินเดียนแดงเป็นเวลาตลอด 500 ปีนับจากนั้น หลังจากการมีชีวิตอย่างสงบของชนเผ่าเก่าแก่ในท้องถิ่นเดิมของพวกเขาที่มีมาก่อนนับกว่าพันพันปี ส่งผลให้ชีวิตของพวกเขาต้องตกอยู่ในสภาพของการมีลมหายใจภายใต้การกดขี่ทารุณ ถูกทรมารประหักประหาร กลายเป็นแรงงานราคาถูกในเหมืองแร่และในพื้นที่เพาะปลูก ถูกเปลี่ยนภาษา เปลี่ยนชื่อและการใช้ชีวิต กลายเป็นขอทาน ขี้เหล้าและโสเภณี

ในแถบทวีปออสเตรเลีย วิถีชีวิตอันสงบสุขของชาวอะบอริจินผู้มีความศรัทธาในเรื่องของจิตวิญญาณ และผูกพันกับธรรมชาติ ที่เคยมีมาช้านานเริ่มเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดสำหรับพวกเขา การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ถูกทางการสั่งการอย่างเหี้ยมโหดไม่หยุดหย่อน หลังการที่ชาวอังกฤษเข้ามาอาศัยในผืนแผ่นดินเดียวกัน และได้รุกรานชาวอบอริจินผู้อยู่มาก่อนหลายหมื่นปี ซึ่งไม่น้อยกว่า 35,000 ปีขึ้นไป

ระหว่างปี พ.ศ. 2484 – 2488 ชาวยิวทั่วยุโรปจำนวนเกือบ 6 ล้านคนเสียชีวิตในค่ายกักกัน ด้วยการถูกทรมานและสังหารอย่างเลือดเย็นจากนโยบายกวาดล้างชาวยิวของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำพรรคแรงงานสังคมนิยมแห่งชาติเยอรมันหรือนาซีและที่ประเทศไทย คนไทยในทุกภูมิภาค ถูกปลุกระดมให้ทำลายและฆ่ากันเอง เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ผู้บงการปรารถนา

อารยชนที่ถูกเรียกว่า อนารยชน

ขอเปรียบเทียบลักษณะของกลุ่มคนทั้งสองประเภทตามเนื้อเรื่องภาพยนต์ดังนี้

ชาวโลกที่เปรียบตนว่าคืออารยชน

- อยากได้ทรัพยากรของคนอื่น

- ใช้กำลังบีบบังคับเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรของคนอื่น ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแบบไม่ต้องใช้สมอง โดยไม่ต้องถามถึงจิตใจ หรือจิตวิญญาณของตนและสิ่งมีชีวิตร่วมจักรวาลเพราะไม่ได้ถูกปลูกฝังให้รู้จัก

- มีความเจริญทางเทคโนโลยี แต่ไม่มีความรักต่อธรรมชาติ กระหายแต่จะผลาญทำลายให้หมดไป จนไม่เหลือ (ขณะนั้นบนดาวโลกไม่มีต้นไม้แล้ว)

ส่วนชาวนาวีผู้ที่ถูกเรียกว่าอนารยชน

- ไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น พอใจและหวงแหนสิ่งที่ตนมีอยู่ และตระหนักเสมอถึงการหยิบยืมทุกสิ่งมาจากธรรมชาติ

- จับศึกสู้รบเมื่อถูกรุกราน ถวายหัวจนตัวตายเพื่อรักษาเลือดเนื้อของชนเผ่าและปกป้องผืนป่าและธรรมชาติที่เปรียบเสมือน“แม่”ของพวกเขา

- ไม่มีของใช้ทันสมัย แต่มีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข

“โทรุค มัคโต”

เจค ซันลี่ หรือเจค ซูเลย์ชื่อที่เรียกขานโดยชนเผ่า จากทหารชาวโลกขาพิการ ที่แวดล้อมด้วยสิ่งยั่วยุ ให้เห็นแก่ตัวบนดาวโลกของเขา ได้กลายมาเป็น โทรุค มัคโต หลังจากที่เจคตกอยู่ในภาวะที่ถูกเกลียดชังจากคนรักและชาวเผ่าเพราะเหตุการณ์ทำให้ถูกเปิดเผยว่าเขาเป็นผู้รู้เห็นในแผนการชั่วของ “คนจากฟ้า” (ชาวโลกที่มากับยานอวกาศ) มาโดยตลอด เจคตัดสินใจเอาชีวิตเข้าเสี่ยงอีกครั้งเมื่อเขาต้องเข้าครอบครองมังกรยักษ์สัตว์ที่ดุร้ายและแข็งแกร่งที่สุดเหนือมังกรทุกตัวแห่งดาวแพนโดรา เพื่อพิสูจน์ให้ชาวนาวีประจักษ์ว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกับชาวนาวี เป็นผู้มีความกล้าหาญและพร้อมที่จะนำพาชาวนาวีเข้าต่อสู้ให้พ้นภัยจาก “คนบนฟ้า”อย่างไม่หวั่นไหวและเกรงกลัว หลังจากการที่เขาต้องหลบซ่อนตัวตนที่แท้จริงมาตลอดว่าความจริงแล้วเขาหลงรักและเคารพในดินแดนและความเป็นชาวแพนโดรา และอยู่ข้างพวกเขาเสมอมาโดยที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ จนกระทั่งหน่วยปฏิบัติการกองทัพของชาวโลกล่วงรู้ว่าเขาคือปฏิปักษ์ หรือแท้ที่จริงแล้วกลุ่มคนเหล่านั้นต่างหากที่เป็นปฏิปักษ์ต่อชีวิตและจิตใจของเจค  นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องที่น่าประทับใจ โทรุค มัคโตคือผู้กล้าที่เหินเวหามาพร้อมกับมังกรยักษ์ มันคือสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม น่าเคารพนับถือ ซึ่งนำมาซึ่งการเชื่อฟังและความสามัคคีของคนในเผ่า

“ซูเตย์” ผู้กลายมาเป็นเพื่อนแท้และผู้จงรักภักดี

ซูเตย์ ผู้กลายมาเป็นผู้นำเผ่าแทนบิดาของเนเทย์รี่ที่เสียชีวิตไป เขาเคยโกรธแค้นเจคมาก่อนแต่ในวันที่เจคเป็น โทรุค มัคโต ซูเตย์ได้เป็นผู้แปลคำประกาศของเจคที่มีเจตนาให้ความเชื่อมั่นและปลุกพลังชาวนาวีทั้งมวล ในวันที่เจคพร้อมที่จะนำพาชาวนาวีและชนเผ่าอื่น ๆ ลุกขึ้นสู้ ทำไมเจคต้องขอร้องให้ “ซูเตย์” เป็นผู้สื่อจากภาษามนุษย์เป็นภาษาชาวนาวีทั้งที่เจคสามารถพูดภาษาของชาวนาวีได้อยู่แล้ว จะเป็นเหตุผลใดหากไม่ใช่เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกันเพื่อนทั้งสอง ซึ่งภายหลังซูเตย์ได้เสียชีวิตลงระหว่างการเป็นผู้นำรบในสงครามเคียงคู่กับเจค

“ซาฮิค” สตรีผู้เป็นใหญ่

ในขณะที่พ่อของเนเทรีย์เป็นโอโอเอทานที่หมายถึงผู้นำเผ่า มารดาของเธอก็เป็นซาฮิค สตรีผู้ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ สื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพเอวา ซาฮิคคือผู้นำเผ่าฝ่ายหญิงนั่นเอง เธออยู่ในฐานะที่มีบทบาทสำคัญต่อความคิดจิตใจของชาวนาวีวัฒนธรรมการยกย่องสตรีให้มีความสำคัญในชนเผ่านี้พบในประวัติศาสตร์ชนเผ่าอินเดียนแดงในอดีตเช่นกัน

ธรรมชาติ จิตวิญญาณ และวิทยาศาสตร์

เกรซ เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้มีใจรักงานวิจัยของเธอยิ่งกว่าสิ่งใด เธอจะเชื่อก็ต่อเมื่อเธอพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ซึ่งเกรซก็ได้ค้นพบความพิเศษอันยิ่งใหญ่ ของต้นไม้ในป่าของชาวแพนโดรา เกรซพบว่าต้นไม้ทุกต้นมีกระแสเคมีไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ในทุกๆอนุของเนื้อเยื่อของมัน และเป็นกระแสพลังงานที่ชาวนาวีตระหนักและเข้าถึงมันได้ เช่นจะเห็นได้ว่าชาวนาวีจะมีพิธีกรรมร่วมกันในการเชื่อมต่อจิตวิญญาณจากการรวมพลังของชนเผ่าทั้งหมดส่งผ่านไปยังรากของต้นไม้ใหญ่ เพื่อใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บของร่างกายที่กำลังเจ็บป่วยได้ นอกจากนั้นกระไฟฟ้ายังพบอยู่ทั่วไปในธรรมชาติและมีความสัมพันธฺต่อกันและกันทั้งสิ้น ซึ่งชนเผ่าก็มีความเชื่อว่าความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งในธรรมชาติคือความสัมพันธ์ของจิตวิญญาณระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกันและกัน

เจมส์สื่อให้เรื่องนี้บอกกับผู้ชมว่า ไม่มีความยิ่งใหญ่ใดที่เหนือไปกว่าธรรมชาติ และชาวนาวีคือผู้เข้าใจสัจธรรมนี้ จึงใช้ชีวิตอยู่ด้วยความเคารพต่อธรรมชาติ และขณะเดียวกันชาวนาวีไม่เคยลืมจิตวิญญาณแห่งบรรพบุรุษ

ในความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์บนโลกมนุษย์เรา อาจมีการวิจัยเกี่ยวกับต้นไม้ด้วยผลที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แต่อาจยากที่จะนำมาเผยแพร่และยืนยันให้คนเชื่อถือได้ ลักษณะรูปร่างของชาวนาวีมนุษย์ต่างดาวของเจมส์ คาเมรอน ไม่ได้ดูล้ำยุค ไฮเทคแต่กลับเป็นชนเผ่าที่เรียบง่าย หน้าตาคล้ายมนุษย์ ซึ่งไม่แน่ว่า สิ่งที่ชาวีเป็นและมีอยู่ อาจคล้ายคลึงกับมนุษย์โลกในอดีตที่ยาวนานมาแล้วนั่นเอง

ชัยชนะของชาวแพนโดรา

โชคที่ดาวแพนโดร่า ได้รอดพ้นภัยจากการคุกคามของมนุษย์ในที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นด้วยการร่วมใจอันบริสุทธิ์ของชนเผ่าในการต่อสู้ หรือแม้แต่การสนับสนุนกำลังจากเพื่อนร่วมดวงดาวเผ่าอื่นๆ และจากความเป็นผู้นำของเจคบวกกับการอธิษฐานของเขาต่อเทพเอวาที่ดูเหมือนจะสัมฤทธิ์ผลจากการที่เหล่าสัตว์ป่าทั้งหลายมาช่วยกันขับไล่ผู้รุกรานจนสงครามสิ้นสุดลง

เจคพบทางรอดแห่งการมีชวิตอยู่ของเขาแล้ว เขาไม่อาลัยอาวรณ์กับการเป็นมนุษย์บนโลกที่เต็มไปด้วยความเจริญอีกต่อไป เขาได้กลายมาเป็นชนเผ่านาวีทั้งตัวและหัวใจ เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความภาคภูมิใจต่อสัญชาติของตนเอง ถึงแม้เชื้อชาติดั้งเดิม ก็ไม่ได้สืบสายมาจากชาวนาวี เขาเป็นเขาที่ไม่สามารถเป็นได้ และไม่เคยเป็นเมื่อครั้งที่เป็นชาวโลก

แล้วเราท่านทั้งหลายที่ยังมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้รวมทั้งลูกหลานของเราอีกมากมายที่จะอุ้มชูโลกใบนี้ให้ดำรงอยู่ต่อไป จะเลือกที่จะเป็นมนุษย์แบบไหนหนอ

ขอคารวะเจมส์ คาเมรอน ผู้ทุ่มเทให้เกิดภาพยนตร์ดี ๆ เรื่องนี้แก่ชาวโลก

……………………………………………………………………………………………………………….

หมายเหตุ:

ทั้งหมดทั้งมวลในบทวิจารณ์ภาพยนตร์นี้ เกิดจากข้อคิดของผู้เขียนที่มีต่อภาพยนตร์และการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม หากไปกระทบกระเทือนหรือเป็นที่ไม่สบอารมณ์ของผู้อ่านท่านใด ต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ ขอเคารพสิทธิและความคิดเห็นของทุกท่าน



ประเภท : บทความ
ข่าว : PDN staff
ภาพ : Internet

More Pictures

Comments


*

*


The messages you read here are opinions from the public and posted into the Forum automatically. The systems owner is not responsible for any content in the Forum or any comments posted. There is no proof that the contents posted are genuine or not, even if the name of the poster is real, th erefore, please use common sense when reading the Forum. If there are topics which are against the law or immoral, please contact webmaster@pattayadailynews.com for us to review, for possible deletion from the system. If you have any interesting article or message of public interest and would like to post the topic, please e-mail to editor@pattayadailynews.com The editor will consider it for posting on our website. Thank you.

 

Thailand Directory Web Statistics at truehits.net