เผยแพร่ : 09 ธันวาคม 2009 :: 15:12:34 น. [ 241 views ]

กราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรี

Share
เนื่องจากดิฉันอยากเสนอให้ท่านนายกคนเก่งที่ทันสมัย และก็จะเป็นนายกทุกสมัย ได้กำหนดนโยบายให้พนักงานห้างร้านเอกชน,ประชาชนและคนค้าขายทั่วไปมี สวัสดิการเหมือน ข้าราชการ เพื่อจะได้ไม่เลือกปฏิบัติ , ไม่แบ่งชนชั้น และเพื่อความเสมอภาคของคนไทยทุกคนค่ะ

เรื่องต่างๆ ที่ควรกำหนดนโยบายที่สำคัญ มีดังนี้คือ

1. ให้มีการเบิกค่ารักษาพยาบาลของ พ่อ,แม่,บุตร และคู่สมรสของพนักงานห้างร้าน เอกชน,ประชาชนและคนค้าขายสามารถเบิกจ่ายตรงได้โดยใช้ระบบออนไลน์ได้ทั่ว ประเทศที่เป็น โรงพยาบาลของรัฐทุกจังหวัด เพื่อสะดวกในการรักษาของประชาชน เมื่อเดินทางไปจังหวัดอื่นๆ

2. การมีเงินให้กู้ยืมจากรัฐบาลในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว ช่วยให้ไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบซึ่งดอกเบี้ยแพงมาก แล้วต้องตามยิงกัน ฆ่ากัน อย่างที่เป็นข่าว จนพลัดพรากจากครอบครัวอยู่อย่างไม่มีความสุขจึงอยากจะให้รัฐบาลปล่อยเงินกู้ ให้ประชาชนตามกำลังของผู้กู้ที่พอจะส่งไหว โดยอยู่ในดุลยพินิจของรัฐ เช่น เงินกู้ฉุกเฉินเพื่อค้าขายไม่ต้องให้เงินเยอะ ประมาณ 3,000-30,000บ.ก็พอ โดยทำเครดิต หนี้เก่าคืนไป เงินใหม่กู้ได้เพิ่มอีก แต่กระจายให้คนรากหญ้าจำนวนมาก และไม่ต้องมีเงื่อนไข ในการกู้มากเกินไป เพราะจะทำให้คนรากหญ้าไม่กล้ามากู้ ซึ่งจะทำให้รัฐมีความเสี่ยง ในการปล่อยกู้น้อย คนกู้ก็ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องคนค้ำประกันอีกด้วย (เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์)โดยมีโครงการประกอบ เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างอาชีพธุรกิจที่ยั่งยืน ของคนรากหญ้าส่วนมากในประเทศไทย

3. ให้มีการออมเงินสะสมเงิน เพื่อไว้ใช้ตอนแก่ชราของประชาชนคนไทยทุกคนทุกอาชีพ เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวได้โดยมีเงินสมทบให้เมื่อออมครบกำหนดระยะเวลาก็คืน เงินเป็นก้อนหรือ รายเดือนให้ทำทุน(บำเหน็จบำนาญ)ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้คนรู้จักวางแผนการออม เงินไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ในอนาคตอย่างไม่เดือดร้อนและมั่นคง โดยไม่ต้องเป็นภาระของรัฐบาล เบื้องต้นถ้าท่านนายกสามารถช่วยกำหนดนโยบายทั้ง 3 ข้อนี้ได้ ก็จะทำให้คนไทยทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแบบยั่งยืนด้วยตัวของเขาเองและ งานอะไรก็ทำได้หมดไม่มีการตกงาน เพราะว่ามีสวัสดิการดีเหมือนกันทุกที่ และผลดีอื่นๆ จะตามมาอีกหลายประการได้แก่

1. คนไทยทุกคนจะมีทั้งร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งในการต่อสู้ต่ออุปสรรคและ ปัญหาต่างๆ ของสังคมและการงานได้อย่างแน่นอน โดยไม่ต้องมัวกังวลและคอยห่วงว่าครอบครัวจะกินอยู่อย่างไร

2. พนักงานเอกชนพ่อค้า-แม่ค้า ผู้ใช้แรงงานทุกคนเขาจะได้ภูมิใจในอาชีพที่เขาทำอยู่ (ไม่ต้องประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย) เพราะเขาสามารถช่วยให้ครอบครัวของเขามีความสุขใจอุ่นใจ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากนายกซึ่งอาจจะทำให้เขากับครอบครัวพร้อมจะ พัฒนาประเทศให้มั่นคง- ถาวรได้ และรัฐบาลนี้จะอยู่ในใจคนไทยตลอดไป

3. จะทำให้เยาวชน คนไทยทุกคนรักการศึกษามากขึ้นและตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของเขา เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาเรียนจบมีงานทำเขาจะช่วยให้พ่อ,แม่,ลูก,คู่สมรสมีความ ปลอดภัยในชีวิตได้และ ยังส่งผลให้ประเทศไทยเราพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีความเจริญเมื่อประชาชนมีความ รู้มากขึ้นนั่นเอง ท้ายนี้ก็อยู่ในดุลยพินิจของท่านนายก หรือถ้าจะให้ประชาชนจ่ายปกส.ผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ(ไม่ เกิน7%) เพราะเป็นความสุขของครอบครัวเขา ซึ่งจะได้เป็นการช่วยกัน ระหว่างรัฐบาลกับประชาชนแล้วเป็นผลดีทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งไม่ได้เอาเปรียบรัฐบาลจนเกินไป และที่สำคัญเพื่อเด็กรุ่นใหม่จะได้ไม่ต้องวิ่งสอบราชการจนเหนื่อยและหมดเงิน กับค่าใช้จ่ายในการ สมัครสอบราชการ เช่น สมัคร10,000คนรับ100คน(1%) จนไม่มีเงินจะกินจะใช้แล้วค่ะ (ขาดโอกาส)

ดิฉันขอเพิ่มอีกเรื่องนะค่ะ ในส่วนของ หน่วยงานราชการ” เนื่องจากดิฉันเคยใช้บริการบางแห่ง ถ้าให้ประเมินจากคะแนนเต็ม 100% ดิฉันให้เพียง 50% เท่านั้นค่ะ เมื่อดูจากการทำงานและเงินเดือนที่ได้รับจากภาษีประชาชน เพราะว่า การให้บริการของพนักงานราชการยังไม่ได้มาตรฐานพอ ดิฉันจึงอยากเสนอให้มีการปรับปรุงการทำงานและการบริการรูปแบบใหม่เพื่อ ศักดิ์ศรีราชการไทยดังนี้

1. ให้มีการต้อนรับและบริการประชาชนทุกคนทุกระดับด้วยใจ เช่น
1.1 มีการทักท้ายยิ้มแย้มแจ่มใสและยกมือไหว้สวัสดี-ขอบคุณ ทุกคนที่มาใช้บริการของรัฐ 1.2มีความกระตือรือร้นในการทำงานไม่ผลัดวันประกันพรุ่งพยายามเอาใจเขามาใส่ ใจเรา

2. ให้มีการจัดทำโครงการและเสนอผลงานของพนักงานและหน่วยงานที่เป็นประโยชน์แก่ ประชาชนและองค์กร ทุกๆ 3 เดือนและ 6 เดือน เพื่อที่ พนง.ราชการไทย จะได้มีศักยภาพ กล้าคิด, กล้าทำ,กล้าแสดงออก รู้จักริเริ่มสร้างสรรค์ สมกับได้รับเงินเดือนจากภาษีราษฎร

3. ให้ ผอ. หัวหน้างาน อย่างน้อย 3 คน มีการประเมินการทำงาน ทุกๆ 3 เดือนและ 6 เดือน เพื่อเป็นตัวชี้วัด (Point)ในการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งประจำปี และควรมีใบประกาศนีย-บัตรให้สำหรับพนักงานที่ทำงานดีทุกๆ 3 เดือนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นแบบอย่าง แก่เพื่อนๆในที่ทำงาน(ไม่ต้องใช้เส้นสาย,เลียแข้งเลียขาประจบเจ้านายจนไม่ เป็นตาทำงาน) ข้อแนะนำ- การประเมินควรมีการโทรไปสอบถามประชาชนที่มาใช้บริการด้วย จะได้ข้อมูลที่แท้จริง

4. ให้มีการอบรมการใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานและมีการทดสอบทุกเดือน ทั้งข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่จนถึงระดับล่างสุด เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารเมื่อแขกบ้านแขกเมืองมาเยี่ยม ให้เหมือนกับท่าน นายกอภิสิทธิ์ ซึ่งคนไทยรู้สึกภูมิใจในตัวท่านมาก เวลาท่านพูดภาษา อังกฤษ ทำให้รู้ว่าประเทศไทยไม่น้อยหน้าชาติอื่นเลย และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย

5. พนง.ราชการที่มีอายุ 50ปีขึ้นไป ไม่มีผลงานและสุขภาพไม่ค่อยดี ควรให้มีการปลดเกษียณ ไปพักผ่อน ดูแลสุขภาพ อยู่กับลูกหลาน และให้โอกาสเด็กจบใหม่ ไฟแรง มีความสามารถมาทำแทน

6. เงินกู้ของพนักงานราชการ ควรให้กู้แต่ พอเพียง ไม่มากเกินไป เพราะบางคนกู้มา ปล่อยดอกเบี้ย,ซื้อบ้าน,ซื้อรถ เกินความจำเป็นจนเป็นหนี้มากมาย เสมือนกับว่ารัฐบาลสนับสนุน ให้พนง.ราชการเป็นหนี้มากขึ้น ก่อให้เกิดความเครียด ทำให้ชีวิตครอบครัวไม่มีความสุข

7. ควรมีการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐเรื่องการทุจริตตามโครงการต่างๆอย่างจริงจัง เพราะอาจจะมีโครงการบางอย่างที่จ่ายเงินแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้งานของโครงการนั้นเลย (คนโกงจะได้หมดไปจากสังคมไทย) กรณีพิเศษ อยากให้นายกประกาศให้มีการแข่งขันกันทำความสะอาดบ้าน และบริเวณบ้าน รวมทั้งมีการปลูกพืชผักสวนครัวบริเวณบ้านด้วยค่ะ ชื่อโครงการ บ้านน่ามอง ไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง และมีใบประกาศให้โดยให้ผู้ใหญ่บ้านนายก อบต.เทศบาล เป็นคนประเมิน เพราะเมื่อคนเราเหนื่อยจากงานและเข้าบ้านมาเห็นบ้านและบริเวณบ้านสะอาดตาก็ จะทำให้เราไม่เครียดมีความสุข หายเหนื่อยได้

ซึ่งเป็นการ ส่งเสริมการทำกิจกรรม ภายในครอบครัวและชุมชนด้วยค่ะ ทำให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ จะได้ไม่ต้องไป นั่งกินเหล้า เที่ยวนอกบ้าน ทำให้เกิดปัญหา ครอบครัวแตกแยก ชีวิตหมดความสุข เป็นหนี้เป็นสิน จนเป็นปัญหาและภาระสังคมไทยด้วยค่ะ

หมายเหตุ : ภาษีเหล้า+บุหรี่ ควรเก็บเยอะๆ เพราะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายและเป็นโทษต่อคนรอบข้าง
**ขอ ชื่นชม** เรื่องการกระจายรางวัลที่1 ของสลากรัฐบาล งวดที่16 ม.ค.2553 (เริ่มปีใหม่1ม.ค.53เลย) เป็นแนวคิดที่ดีมาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ได้เงินจากโชครางวัลเพียง 10,000.-หรือ 100,000.- เขาก็ดีใจแล้วค่ะ เอาไปทำประโยชน์ได้มาก เช่น ไปซื้อข้าวสาร,ไปทำบุญ หรือค้าขายสร้างอาชีพได้มากมาย ไม่ต้องให้แจ็คพ็อตเป็น 10 ล้าน หรือ 100 ล้านหรอกค่ะ เพราะเป็นการได้โชคเกินความจำเป็นไม่นานก็หมดถ้าได้โชคแค่คนเดียว อีกอย่างทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องไปซื้อหวยใต้ดินอีกด้วยค่ะ

หมายเหตุ : การเสียประกันสังคมหรือประกันตนเพิ่มแล้วคุ้มครองทั้งครอบครัว ดีกว่าไปจ่ายประกันชีวิต ดิฉันหวังว่าท่านคงตอบกลับหรือพิจารณานะค่ะ เพราะดิฉันพยายามส่งข้อความผ่านช่องทาง Internet ในหัวข้อคุยกับนายกรัฐมนตรีแต่ก็ส่งไม่สำเร็จรอเป็นชั่วโมงแล้วซึ่งลองส่ง ตั้งหลายครั้งค่ะ ท่านนายกค่ะ ดิฉันเขียนผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้

ขอขอบพระคุณท่านนายกนะค่ะ

ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง

ข่าวที่ผ่านมา


โฆษณา

Print This News Print This News




ประเภท : จดหมายถึง บก.
ข่าว : PDN staff
ภาพ : Internet

Comments

*

*


*


ข้อความ ที่คุณอ่านต่อจากนี้เป็นความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไป ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ แม้แต่ชื่อผู้เขียน โดยเข้าสู่โปรแกรมสนทนาแบบอัตโนมัติ ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

 

จองโรงแรม ห้องพัก พัทยา

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

Thailand Directory Web Statistics at truehits.net