ปัญหาความไม่สงบ ทางการเมือง ทำลายบรรยากาศความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ลงอย่างย่อยยับ และเป็นความยากลำบาก ของธุรกิจท่องเที่ยวไทยอย่างมาก ที่ต้องทำธุรกิจ ในช่วงเศรษฐกิจขาลง เพราะการท่องเที่ยว เป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนส่วนใหญ่ จะตัดทิ้งอันดับแรก เมื่อต้องตัดรายจ่าย ตราบใดที่ เศรษฐกิจ มีแต่แย่ เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ จำนวน นทท.ทั้งในและนอกประเทศ ลดลงเป็นเงาตามตัว เห็นได้จาก นทท. ทั่วประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เศรษฐกิจ – วันนี้ ( 30 พ.ค. 52) สำหรับในประเทศไทยเอง ไม่ได้เจอแต่กับปัญหา เศรษฐกิจตกต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องเผชิญกับปัญหา ความไม่สงบทางการเมือง ที่ทำลายบรรยากาศความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกลง อย่างย่อยยับ ต้องอาศัยเวลา การสร้างความน่าเชื่อถือ กลับมา และล่าสุดยังต้องเจอกับปัญหา การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ตอกย้ำ ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชะลอการเดินทางในช่วงนี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกธุรกิจท่องเที่ยว ต่างงัดสารพัดกลยุทธ์เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยว กลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้งหนึ่ง และสูตรสำเร็จที่ผู้ประกอบการนิยมนำมาใช้เป็นอันดับต้นๆ คือ
การลดราคาสินค้าทางการท่องเที่ยว!! ทั้งนี้ เพราะสามารถกระตุ้น ให้นักท่องเที่ยวเกิดอารมณ์ในการจับจ่ายได้อย่างรวดเร็ว และตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด กลยุทธ์การตลาดดังกล่าว ได้ลุกลามเข้าสู่ธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ภายในประเทศ และธุรกิจโรงแรม ที่เหินห่างการใช้กลยุทธ์ ลดราคามานานแล้ว เนื่องจากกลยุทธ์ราคานั้นเปรียบเสมือน ดาบสองคมที่ทำให้สายการบิน ต้องเจ็บตัว เช่นกัน เพราะผู้โดยสารจะรอ “ช็อป” ในช่วง ที่มีการดัมพ์ราคาเท่านั้น หมายถึงว่า โครงสร้างราคา ทั้งระบบของสายการบินโลว์คอสต์ และโรงแรมที่ต้องสั่นคลอน
![]() |
![]() |
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง อย่างต่อเนื่อง ทำให้สายการบินและโรงแรม ทั้งหลายต้องยอม “กลืนเลือด” ตัวเอง เพื่อดึงลูกค้ามาใช้บริการให้มากที่สุด เพราะในช่วงนี้ สงครามราคาไม่ได้ถูกใช้เฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำเท่านั้น แต่สายการบินแห่งชาติ อย่างการบินไทย และสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ที่วางตัวเองว่าเป็นบูติกแอร์ไลน์ ก็ยังต้องกระโดดลงมาเล่น ในสงครามราคานี้ ด้วยการคลอดแคมเปญราคา ออกมากระตุ้นการขายอย่างต่อเนื่อง
และถึงแม้ว่าสายการบินและโรงแรมต่างๆ จะ “เจ็บตัว” จากสงครามราคา เพราะต้นทุนการบริหารที่ค่อนข้างสูง และมีความเสี่ยงอย่างมาก แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายมองเรื่องเดียวกันคือ ความจำเป็น ที่ต้องดึงลูกค้ามาไว้ในมือให้ได้มากที่สุด
![]() |
![]() |
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันทูโก แอร์ไลน์ บอกว่า ภาพรวมธุรกิจสายการบินได้รับ ผลกระทบอย่างหนัก โดยถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซัน ของธุรกิจนี้ก็ว่าได้ เพราะนักท่องทั้งในและนอกประเทศในอัตรา 2-3 ล้านที่นั่ง เทียบจากปีที่ผ่านมา อัตราที่นั่งในประเทศรวมอยู่ในราวๆ 10-11 ล้านที่นั่ง หรือลดลงจากช่วงโลว์ซีซัน ที่ผ่านมา 10% ทำให้สูญเสียรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ภาพการแข่งขันในแง่ ของการตัดราคากันครั้งนี้ อาจต้องใช้เวลาเป็นเครื่องวัด พลังภายในว่า สายการบินหรือโรงแรมใด จะมีสายป่านที่ยาวกว่ากัน ซึ่งผลดี อาจจะเกิดกับผู้บริโภค แต่ในทางตรงข้าม หากผู้ประกอบการบริหารงานไม่ดี ในระยะยาว ผู้โดยสาร และผู้บริโภค อาจเลือกใช้บริการสายการบินหรือโรงแรม ที่ให้บริการดีที่สุด และเมื่อถึงเวลานั้น จะมีสายการบินที่ให้บริการเหลือเพียงไม่กี่สายเท่านั้น ส่วนของโรงแรม ก็ยังไม่รู้ว่าจะทนรับสภาพ ไปได้นานแค่ไหน ถ้าความย่ำแย่ของเศรษฐกิจ
![]() |
![]() |
สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ สะท้อนให้เห็นแล้วว่า ความจำเป็น ที่ต้องกระทำของผู้ประกอบการ แต่ละรายได้ เป็นอย่างดี ที่ต้องการกระตุ้นอารมณ์ ของนักท่องเที่ยวให้อยากเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้ “ราคา” เป็นตัวล่อ เพื่อสร้างกระแส การท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ปีนี้สงครามราคาปะทุขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่เกิดขึ้น แค่ระยะเวลาอันสั้น อย่างแน่นอน!! หลายธุรกิจ คงต้อง หากลยุทธ์ และวิธี อย่างรวมพลัง และตั้งใจ เพื่อพัฒนารายได้ของธุรกิจตัวเองเพื่อประคับประคองธุรกิจไปให้รอด โดยใช้ระยะเวลาอีกยาวนาน จนกว่า จะทำให้ผู้บริโภค หรือนักท่องเที่ยว เกิดความเชื่อมั่น และ สนใจที่จะเข้ามาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง หรือเพิ่มจำนวน มากขึ้นเรื่อย ๆ
เผยวิกฤตหนักรอบ 40 ปี ธุรกิจโรงแรม คาดอัตราการเข้าพักเดือนมิ.ย. ไม่ถึง 10% และกับนโยบายของรัฐบาล ที่ออกมาประกาศว่า จะมีการจ่ายเงินเยียวยา ให้กับภาคธุรกิจโรงแรม ก็ยังมีความล่าช้า โดยอ้างว่าหลักเกณฑ์เงื่อนไขไม่ผ่าน ทั้งนี้ เงินดังกล่าวมีความสำคัญกับผู้ประกอบการ เพื่อใช้สำหรับการเสริมสภาพคล่อง แต่กระทรวงการคลังกลับเพิกเฉยที่จะให้ความช่วยเหลือ หลายรายใกล้จมน้ำตายแล้ว โดยปลายปีนี้อาจได้เห็นโรงแรมไทยขายกิจการทิ้งให้สิงคโปร์และตะวันออกกลาง” นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าว
![]() |
![]() |
นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก ทีเอชเอ ภาคใต้ เตรียมทำหนังสือฟ้องรัฐบาล ถึงการทำงานที่ล่าช้า ของกระทรวงการคลัง กรณีการเบิกจ่าย งบประมาณ เยียวยา ผลกระทบที่ได้รับ จากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเบิกจ่ายให้กับ ผู้ประกอบการภาคใต้จำนวน 14 ล้านบาท จากยอดรวมทั้งหมด 100 ล้านบาท ซึ่งภายในวันที่ 15 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ หากยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ จะยื่นหนังสือทันที สำหรับภาพรวมอัตราการเข้าพัก ขณะนี้ยอดจองล่วงหน้ายังเป็น 0% ซึ่งวิกฤตครั้งนี้หนักสุดในรอบ 40 ปี
![]() |
![]() |
ที่มา : โพสท์ทูเดย์ Internet
Print This News