เผยแพร่ : 11 มีนาคม 2009 :: 00:03:41 น. [ 481 views ]

เรื่องเศร้าของอลัน กับแผลเน่าของเมืองพัทยา

Share
อุทาหรณ์ใหม่ของเมืองพัทยา ตัวอย่างสำหรับชาวต่างชาติ ที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยและตัดสินใจ ที่จะต่อสู้คดีต่างๆ ในศาลของประเทศไทย อลัน ชายผู้ต่อสู้กับความยุติธรรมให้กับการตายของน้องชาย ที่ไร้การเหลียวแลจากผู้รับผิดชอบ

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2008 ผู้เขียนได้รับอีเมลล์จากอลัน สัญชาติตุรกี ชึ่งส่งมาอธิบายถึงความคับแค้นใจและต้องการความช่วยเหลือ ผู้เขียนก็คิดแต่เพียงว่าเป็นอีเมลล์อีกฉบับหนึ่งเหมือนกับอีเมลล์ที่ได้รับ จากผู้อ่านคนอื่นๆ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยเหตุผลที่อธิบายไม่ได้ว่าเพราะอะไรเรื่องราวที่อลันเขียนส่งมาจึง สะดุดใจและทำให้ผู้เขียนอยากจะติดตามตลอดจนให้ความช่วยเหลือ

ผู้เขียนจึงได้โทรศัพท์คุยกับอลัน และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินทางมาพบผู้เขียนที่สำนักงาน แล้วเราก็คุยกัน

การคุยกันในครั้งแรกภาษาอังกฤษของอลันไม่ค่อยดีนัก ทำให้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ลำบากมาก แต่ในที่สุดด้วยความอดทนของทั้งสองฝ่าย
เราก็เข้าใจตรงกันถึง เรื่องราวอันน่าสลดใจของอลัน

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เดือนธันวาคม ปี 2006 เวลา 11.45 นาที

เรือเร็วลำหนึ่งได้บรรทุกผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวตรุกีออกจากท่าเรือ ถนนเลียบชายหาดพัทยาเพื่อมุ่งตรงไปยังเกาะล้าน

ใน เรือเร็วลำดังกล่าว มีน้องชายของอลันชึ่งเป็นหัวหน้าทัวร์อยู่ในเรือลำนั้นด้วย เรือชึ่งถูกบังคับให้วิ่งไปบนทะเลด้วยความเร็วสูงแต่เนื่องจากคลื่นลมแรงและ มีพายุ ทำให้เรืออับปางลง ผู้โดยสารหลายคนต้องตะเกียกตะกายช่วยเหลือตัวเอง …

ในที่สุดกว่าเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจะมาช่วยก็มีผู้โดยสารจำนวนถึงเกือบ 10 คนที่ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลในสภาพที่ร่อแร่ เข้าห้องไอซียู ส่วนน้องชายของอลันโชคร้ายเขาจมหายไปในทะเล ( ทางเรือได้จัดเตรียมเสื้อชูชีพให้ไม่พอกับจำนวนผู้โดยสาร )

อลันได้จ้างทนายฟ้องในคดีนี้โดยแยกเป็นสองคดี คดีอาญาคือการฟ้องนายกิตติพันธ์ คนขับเรือ ซึ่งเรือดังกล่าวได้รับใบอนุญาตให้ใช้เป็นเรือทะเลเฉพาะเขตสามารถบรรทุกคนโดยสารจำนวน 10 คน คนประจำเรือได้ 2 คน รวมทั้งหมด 12 คน แต่ในวันเกิดเหตุคือวันที่ 5 ธันวาคม ปี 2006 เวลากลางวัน จำเลยได้บรรทุกเรือโดยสารดังกล่าวจำนวน 16 คน รวมคนคุมเรือคือจำเลยอีก 1 คนทั้งหมดรวมแล้ว 17 คน มากกว่าที่เจ้าพนักงานได้อนุญาตไว้ในใบอนุญาต ในจำนวนนั้นมีนายอินฮามิน้องชายของอลันและเพื่อนคนไทยอีก 2 คนรวมอยู่ด้วย ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง

ในวันดังกล่าวมีประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 9 เรื่องพายุโซนร้อนทุเรียนได้ก่อตัวบริเวณปลายแหลมยวนประเทศเวียดนามตอนล่าง และคาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทยทำให้มีคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลัง แรง ประกาศไว้ในวันที่ 5 ธันวาคม ขอให้ชาวเรืองดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 5 – 7 ธันวาคม

นายกิตติพันธ์ทราบข้อความในประกาศเป็นอย่างดี แต่ยังคงฝ่าฝืนบรรทุก คนโดยสารเกินกว่าจำนวนที่อนุญาตไว้แล้วนำเรือออกจากฝั่งแล่นไปยังเกาะล้าน

เมื่อ มาถึงบริเวณเกาะครก มีคลื่นลมสัดกระแทกเรือหลายครั้งทำให้เรือแตกเสียหาย น้ำทะเลทะลักเข้าสู่ตัวเรือและจมลงสู่ทะเล เป็นเหตุให้น้องชายของอลันถึงแก่ความตายเพราะว่าขาดอากาศหายใจเนื่องจากการ จมน้ำ และทำให้ผู้เสียหายอีกหลายคนหมดสติมีน้ำคลั่งในปอดถูกนำส่งโรงพยาบาล

ศาลพิพากษาว่านายกิตติพันธ์จำเลยมีความผิด ให้ลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา 291 คือมีโทษนักที่สุด มาตรา 90 จำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท และฐานบรรทุกคนโดยสารเกินกำหนดจำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท รวมจำคุก 2 ปี 4 เดือน ปรับ 30,000 บาท แต่เนื่องจากนายกิตติพันธ์ให้การรับสารภาพก็ลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง คือจำคุก 1 ปี 2 เดือน ปรับ 15,000 บาท แต่ปรากฏว่าจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมา ก่อน โทษจำคุกให้รอลงโทษ มีกำหนด 2 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ต่อพนักงานคุมความประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง แล้วก็ให้กระทำกิจกรรมบริการสังคม หรือสาธารณะประโยชน์เป็นเวลา 40 ชม. แต่จนบัดนี้ นายกิตติพันธ์ก็ยังคงออกมาขับเรือดังกล่าวรับผู้โดยสารต่อไป

การปฏิบัติขั้นตอนต่างๆในการฟ้องร้อง อลัน มีข้อจำกัดในการสื่อสารกับทนายของเขามาก ทนายของอลันคือคุณอภิชาติไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้มากพอที่จะดูแลคดีซึ่งมี ความสลับสับซ้อนเป็นอย่างมากนี้ แต่อย่างไรก็ตามอลันก็ถูกแนะนำให้ฟ้องร้องในคดีแพ่งต่อเจ้าของเรือเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ในกรณีที่น้องชายเสียชีวิต

อย่าง ไรก็ตาม ผู้เขียนได้ศึกษาเอกสารหลายฉบับที่อลันแนบมาด้วย มีอยู่ฉบับหนึ่งเป็นเอกสารที่ส่งถึงเลขานุการนายกเมืองพัทยาเป็นผู้รับไว้ คือมีการส่งไปยังศาลากลางจังหวัดชลบุรีและทางชลบุรีได้ส่งต่อมายังนายกเมือง พัทยา ซึ่งในขณะนั้นท่านนายกนิรันดร์ เป็นนายกเมืองพัทยา เรื่องนักท่องเที่ยวชาวตุรกีร้องเรียน โดยหนังสือที่ส่งมาเป็นหนังสือสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวลงวันที่ 24 มกราคม ได้รับแจ้งว่าน้องชายของอลันได้เดินทางมาประเทศไทยในฐานะผู้นำเที่ยวพร้อม นักท่องเที่ยวชาวตุรกีอีก 13 คน

โดยในวันที่ 5 ธันวาคม ขณะท่องเที่ยวได้เดินทางออกจากชายฝั่งเมืองพัทยาเพื่อชมปะการัง โดยสารเรือเร็วหมายเลข 273 ของบริษัทหาดเทียน เรสทัวรองท์ แอนด์ สปีดโบท ตั้งอยู่ที่เกาะล้าน ซึ่งเรือดังกล่าวได้ประสบอุบัติเหตุทางหนังสือร้องเรียนได้ขอให้ตรวจสอบข้อ เท็จจริง


Alan’s brother “Ilhami”

“Alan”

อลันไม่ลดละความพยายาม เขาได้เดินทางไปพบ (1) สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ถนนพระราม1 แล้วก็ร้องเรียนในเรื่องเดิม ในที่สุดก็ได้หนังสือ เพื่อที่จะส่งไปยัง(2)ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ซึ่งในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า(3)กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่าได้รับรายงานจาก (4)สถานเอกอัครราชทูตุรกีประจำประเทศไทย ว่าได้รับหนังสือร้องเรียนจากอลัน โดนเล่าเรื่องราวทั้งหมดดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวพิจารณาแล้ว ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าการจังหวัดชลบุรี หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 24 มกราคม 2550

ก่อนหน้านั้น อลันเดินทางไปที่ กระทรวงการต่างประเทศของไทยก่อน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือส่งมายัง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวโดยระบุถึงเรื่องราวดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศได้รับเรื่องร้องเรียนของอลัน และตรวจสอบพบว่ามีมูลที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทางความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก จงขอความอนุเคราะห์ให้สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว สรุปจากเอกสารที่อลันได้นำมาแสดงมีข้อมูลสำคัญดังนี้

ข้อ 1. บริษัทมีการเดินเรือขณะที่มีการปักธงสีแดง ซึ่งเป็นการเตือนถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนไม่อนุญาตให้เรือนำนักท่องเที่ยวไป ยังเกาะได้
ข้อ 2. บริษัทมิได้นำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด เรือไม่ได้มีการตรวจสอบสภาพมาเป็นเวลา 3 ปี และผู้โดยสารบนเรือไม่ได้รับการคุ้มครองจากประกันภัย

ข้อ 3. กัปตันเรือเพิกเฉยต่อมาตรการความปลอดภัย ทำให้ผู้โดยสารต้องเสียชีวิต เมื่อเกิดเหตุแล้วกัปตันก็ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือโดยทันทีทำให้เรือจมลง พายใน 10 นาที

ข้อ 4. เรือของบริษัทที่เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุมิได้ใส่ใจในการค้นหาศพในทะเล ทั้งนี้ ศพของผู้เสียชีวิตถูกค้นพบโดยชาวประมงโดยบังเอิญ

ข้อ 5. บริษัทไม่ได้ให้ความช่วยเหลือในการส่งศพ ของผู้ตายกลับไปยังถิ่นกำเนิด ทำให้พี่ชายคือ อลันต้องเสียค่าใช่จ่ายในการส่งศพกลับตุรกีเองเป็นเงินถึง 200,000 บาท

ทางจังหวัดชลบุรีจึงขอให้เมืองพัทยาตรวจสอบ ข้อเท็จจริง แล้วก็รายงานผลให้จังหวัดชลบุรีทราบภายใน 15 วัน สำนักงานชลบุรีฝ่ายอำนวยการเซ็นรับเรื่อง แล้วก็สั่งต่อว่าให้งานเลขานุการนายกรับผิดชอบ โดยระบุว่ามอบให้ฝ่ายกู้ภัยทางทะเลดำเนินการต่อไป ดังนี้

1.ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
2.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
3.รายงานให้ทราบ
4.ทำหนังสือแจ้งผลการดำเนินการให้ศูนย์ ดำลงธรรมจังหวัดชลบุรีทราบ

อลันเล่าว่า หลังจากได้วิ่งเต้นไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้เขาเกิดกำลังใจ ไม่ ว่าจะเป็นหน่วยงานของ ททท. หรือกระทรวงคมนาคม แม้กระทั่งตามสถานทูตต่างๆ อลันได้รับความเห็นอกเห็นใจต่างๆ จากหน่วยงานเหล่านั้นเป็นอย่างดี

แต่เมื่อเขาถือจดหมายมาที่เมืองพัทยา เขาได้พบกับ นายสนิท บุญมาฉาย ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรง เกี่ยวกับการเดินเรือในเมืองพัทยา นาย สนิท ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยดูแลคดี ของอลัน และเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างเจ้าของเรือและอลัน แต่ในที่สุดแล้ว เมื่อคดีฟ้องร้อง “ซึ่งเป็นคดีอาญา” ไม่สามารถ นำตัวคนขับเรือมาลงโทษได้ โดยสาเหตุดังกล่าวข้างต้น คดีแพ่งที่อลันฟ้องร้องเจ้าของเรือ ก็ไม่คืบหน้าไปเลย


นายสนิท บุญมาฉาย

ขั้น ตอนในศาล เมื่อถึงกำหนดนัดฟ้อง ก็ต้องผ่านขั้นตอนการไกล่เกลี่ยของศาล อลันต้องเดินทางมาจากกรุงเทพ ฯ บางครั้งต้องเดินทางมาจากตุรกี มีค่าใช่จ่ายอย่างสูง นอกเหนือจากค่าใช่จ่ายในการส่งศพน้องชายกลับไปยังต่างประเทศแล้ว การต่อสู้คดีทั้งหมดอลันต้องใช้เวลาและใช้เงินทองมากมาย

ต่อคำถามที่ผู้เขียนถามว่าอลัน ต้องการอะไร ในการต่อสู้คดี ?

เขาตอบด้วยความมุ่งมั่นว่า เขา ต้องการความยุติธรรม เขาคิดว่าค่าชีวิตน้องชายเขาอาจจะวัดไม่ได้ว่าเป็นเงินทองเท่าไหร่ แต่ค่าทางจิตใจ ความรับผิดชอบที่มนุษย์ควรจะมีต่อกัน น่าจะมีความสง่างามและ รับผิดชอบมากกว่านี้

อลันกล่าวว่า น้องชายของเขาเป็นคนที่ นับถือศาสนาพุทธ รักประเทศไทย รักและเคารพในหลวงอย่างสูงสุด ทุกครั้งที่มีการเดินทางเขาจะสวมเสื้อที่มีสัญลักษณ์แสดงถึงความจงรักภักดี เขาจะพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์,ศาสนาพุทธ และประเทศไทยที่มีแต่ความเอื้อเฟื้อ ด้วยความรู้สึกที่ประทับใจ

แต่ เมื่อน้องชายเขาเสียชีวิตไป อลันรู้สึกตกใจ เศร้าใจ และผิดหวังมาก อย่างไรก็ตามคดีในศาลยังคงดำเนินต่อไป อลันเดินทางมาตกลงกับฝ่ายจำเลยถึง 5 ครั้ง โดยที่เจ้าของเรือไม่เคยมาตามนัด นอกจากส่งให้ทนายและตัวแทนอื่นมาตกลง

การ ต่อรองเริ่มต้นขึ้น ฝ่ายจำเลยต้องการให้อลัน ถอนฟ้องคดี อลันเรียกร้องความเสียหายครั้งแรก เป็นจำนวนเงิน 12,000,000 (สิบสองล้านบาทถ้วน) โดยกล่าวอ้างว่า น้องชายเป็นผู้ที่ยังหนุ่มแน่น มีรายได้มากพอ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ต้องส่งเสียภรรยาและลูก รวมถึงพ่อแม่ที่แก่แล้ว เมื่อขาดซึ่งน้องชายบุคคลเหล่านั้น ก็ไม่มีใครดูแล แต่การที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย ถึง สิบสองล้านบาทตามกฎหมายไทย จะต้องพิสูจน์ว่าบุคคลนั้น มีรายได้จริง มีค่าของชีวิตที่ตีออกมาเป็นราคา สิบสองล้านบาท เพราะอะไร แต่เนื่องจาก อลันไม่สามารถมีเงินค้ำประกันในศาลมากพอ เขาจึงลดเงินค่าฟ้องร้องลงเหลือเพียงแค่ 1,600,000.- (หนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน)

หลังจากมีการเจราจาไกล่เกลี่ย ฝ่าย จำเลยได้ยื่นข้อเสนอสรุปจ่ายเงินให้อลัน 400,000.- (สี่แสนบาทถ้วน) อลันปฏิเสธ เขาบอกกับผู้เขียนว่าค่าของชีวิตน้องชายเขา ไม่สามารถตีเป็นเงินได้ แค่เงิน 400,000 บาท ไม่พอแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาขึ้นศาลของอลัน เขามองว่าเป็นการเอาเปรียบอย่างนึกไม่ถึงเลย เขาพูดเสมอว่าเจ้าของเรือสามารถหารายได้ วันละเป็นแสนบาท ทำไมเงินแค่ 1,600,000 บาท เขาถึงคิดว่ามันแพงไปสำหรับชีวิต คนคนหนึ่ง

แต่ แล้ว เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป เนิ่นนานวัน ความคืบหน้าในคดีไม่รวดเร็วอย่างที่คิด…การสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่างอลัน กับทนายความทำให้อลันเครียดจัด บางครั้งก็เหม่อลอยเศร้าสร้อย…

ใน ที่สุดอลันก็กลับไปนั่งพิจารณา ถึงจำนวนเงิน 400,000 บาท ศาลได้เลื่อนการนัดไต่สวนต่อไปอีก ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เป็นช่วงเวลาที่ อลันได้ดิ้นรนเข้าพบหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอความเห็นใจ

อลันมาพบผู้เขียน ในระหว่างเวลาที่รอขึ้นศาล
หลัง จากที่ได้ศึกษาเอกสารทั้งหมดแล้ว ผู้เขียนและอลันได้เดินทางไปพบนายกเมืองพัทยา แต่เนื่องจากท่านไม่ได้รับการนัดหมายล่วงหน้า เราจึงได้พบแต่เพียงเลขาหน้าห้อง เอกสารต่างๆ ถูกยื่นเสนอเข้าไปใหม่ เจ้า หน้าที่ได้ให้ความต้อนรับอย่างอบอุ่นและ ชี้แจงว่าในส่วนของนายกเมืองพัทยาได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว คือการยื่นเอกสารไปตามหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่า จะเป็นการท่าเรือ หน่วยงานกู้ภัย ทางตำรวจ เรื่อยไปจนถึงศาล เกินว่าที่เมืองพัทยาจะทำได้มากไปกว่านี้

อลัน นั่งรอนายสนิท บุญมาฉาย ซึ่งได้นัดไว้ให้อลันเข้าพบ นาย สนิทก็ไม่ได้ให้เวลาแก่อลันดังที่เขาคาดหวัง เขาไม่สามารถเข้าพบนายสนิทได้

อลันรู้สึกมีความหวังว่า ภายในระยะเวลาแค่ 2 – 3 อาทิตย์ คือหมายกำหนดการณ์วันที่ 23 เดือนมกราคม ที่ผ่านมาเป็น วันที่อลันได้ขึ้นศาลอีกครั้งหนึ่ง ช่วงระหว่างเวลาที่รอจะขึ้นศาลนั้น อลันกับผู้เขียนได้ติดต่อกัน ทางอีเมล์และมีการเริ่มเตรียมข้อมูลต่างๆ สรุปเพื่ออลันจะได้ใช้ต่อสู้ในศาล

เราทั้งหมดจึงต้องเดินทางไปขึ้นศาลในเวลาบ่ายโมงของวันนั้น และที่นั่นผู้เขียน ก็ได้เห็นสภาพที่น่าสงสารของอลัน “อลันผู้ซึ่งมีทนายที่ไม่สามารถสื่อสารกับตัวเขาได้” เรื่องราวของอลันเลยไม่เคยเข้าถึงหูของผู้ที่เกี่ยวข้อง

ในวันนั้น ผู้เขียนได้อาสาเป็นล่ามแปลในศาล อลันจึงได้ยกมือและขอแสดงความคิดเห็นในศาล ซึ่งเขาบอกผู้เขียนว่า เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสได้พูด

ท่าน ผู้พิพากษา ท่านให้โอกาส อลันได้ออกความคิดเห็น ได้เรียกร้องได้เล่าเรื่องราวว่า เขาได้ผ่านการเจรจาปรองดองไกล่เกลี่ยมาถึง 5 ครั้ง ฝ่ายจำเลยไม่เคยมาเลย ทนายตัวจริงของจำเลยก็ไม่เคยมา ได้แต่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้ทราบเรื่องราว ศาลท่านก็กรุณา เลื่อนนัดให้เร็วขึ้น แทนที่จะเป็นสิ้นปี

 ผู้เขียนขอเล่าเหตุการณ์ตอนที่ขึ้นศาลครั้งแรกกับอลันว่า ทางศาลได้ถาม อลันว่าตกลงเงิน 400,000 บาท อลันไม่ยอมรับหรือ อลันตอบว่า ถ้าหากเขาได้เงิน 400,000 บาท จริงเขาก็จะยินดี ยกเลิกถอนฟ้องคดี แต่ เขาไม่คิดว่าฝ่ายจำเลยจะรักษาคำพูด ..ซึ่งก็เป็นความจริง ฝ่ายจำเลยบอกว่า ตอนนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ เงินที่เคยว่าจะจ่าย 400,000 ขอลดเหลือ 100,000 บาท

มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมาก ในวันนั้นที่ศาลมีการต่อรองค่าชีวิตของคน เหมือนผักปลา

สรุปในวันนั้นไม่สามารถตกลงกันได้ อลันยืนยันที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ออก จากศาลในวันนั้น ผู้เขียนและอลัน ได้เดินทางไปพบสารวัตรที่กองตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ให้คำแนะนำ ให้มาปรึกษา

พวกเรารู้ศึกประทับใจในการต้อนรับของท่านอานนท์ณัฐ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ท่านกรุณาเลี้ยงอาหารกลางวัน เสียสละเวลารับฟังเรื่องราวต่างๆ ของอลัน

ท่าน ได้เรียนเชิญสารวัตรท่องเที่ยวมาปรึกษาและพูดคุยในเรื่องนี้ และหลังจากสรุปเรื่องทั้งหมดแล้ว ทุกคนลงความเห็นว่าต้องหาคนกลาง เพื่อไปไกล่เกลี่ยและเจรจาหรือรอมชอมกับฝ่ายของจำเลย ดีกว่าการที่จะต่อสู้กันในศาล ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกยาวนาน อลันก็ยังคงเกิดความหวังว่า วิธีการนี้อาจจะดีที่สุด
 

 


กองตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
 

ออก จากที่ทำการกองตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เราเดินทางไปพบทนายของอลัน เพื่อบอกยกเลิกการจ้างทนาย อลันมองเห็นว่า ทนายพื้นที่ไม่สามารถดูแลคดีของเขาได้ เนื่องจากมีความใกล้ชิดสนิทสนมหรืออาจจะมีกังวลหรือการจะรู้สึกไม่ปลอดภัย กับอิทธิพลในพื้นที่ อลันจึงตัดสินใจที่จะจ้างทนายความจากกรุงเทพ ฯ

อย่างไรก็ตาม คุณ อภิชาติ ทนายความของอลัน ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง
โดยทางศาลได้นัดสืบพยาน ในวันที่ 3 ธันวาคม 2552 เวลา 09.00 น. สาเหตุที่ทนายระบุไว้คือ โจทย์และทนายความโจทย์ มีความเห็นไม่ลงรอยกันในรูปคดี โจทย์จึงประสงค์ขอถอน นาย อภิชาติ ออกจากการเป็นทนายความของโจทย์ ในคดีนี้ และโจทย์ทั้ง 3 จะแต่งตั้งทนายความคนใหม่เข้ามาต่อสู้คดี และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับคดีนี้ ขอศาลได้โปรดอนุญาตด้วย อลันได้เซ็นรับทราบเอกสารต่างๆ เอกสารทั้งหมดเก็บไว้ที่ สำนักงานของผู้เขียน

 

เหตุผลที่ทนายระบุไว้ ว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่ง เกี่ยวกับการเรียกร้องค่าเสียหาย ทางศาลจึงมีระบบไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่ความตกลงกันเอง เพื่อคดีจะได้สิ้นสุดโดยเร็ว

ซึ่งในระหว่างนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ (2 ต.ค. 2551) ทางนาย วิชัย อิทธิวรกูล จำเลย ได้เคยยินยอมเสนอจ่ายค่าเสียหายแก่อลันแล้วเป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท แต่อลันไม่ยินดีรับจำนวนเงินดังกล่าว ต่อมาในภายหลังได้ยินยอมตามข้อเสนอ แต่นายวิชัยไม่ตกลงตามที่เคยเสนอไว้ ฉะนั้นคดีจึงสรุปว่าไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจึงกำหนดประเด็นและนัดสืบพยาน ซึ่งทนายของอลันได้ลงชื่อ และมอบคืนเอกสารต่าง ๆ ให้แก่อลันซึ่งเป็นโจทย์เรียบร้อยแล้ว

ทั้งหมดที่กล่าวมา ผู้เขียนไม่สามารถจะสรุป ให้เป็นเรื่องที่สั้นไปกว่านี้ได้ เพียงแต่จะขอความคิดเห็นว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม หน่วยงานทุกแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยกันทั้งสิ้น

อลันถึงจุดที่เรียกว่า จนตรอก เขาต้องการที่จะเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมเหล่านี้ ไปยังสื่อทั่วโลก… ซึ่งผู้เขียนมองเห็นว่า โอกาสที่จะทำให้เรื่องราวดังกล่าว สร้างความเสียหายให้กับภาพ ลักษณ์ของประเทศไทยมีสูงเป็นอย่างมาก จึงอยากเรียนขอความเห็นใจ ไม่ใช่เพื่ออลันแต่เพื่อให้เหตุการณ์ทั้งหมดยุติ โดยให้เมืองพัทยาและเมืองไทยมีความบอบช้ำน้อยที่สุด เพราะบางทีการที่เราจะหนีปัญหา คิดแต่เพียงว่าเดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ อย่าให้เป็นเหมือนที่เรากล่าวกันเสมอว่า “แม้แต่พรุ่งนี้ก็สายเกินไป”

เรื่องราวของอลันก็ยังคงเป็น เผือกร้อน ที่โยนกันไปมา จนกว่าจะถึงวันที่อลันต้องไปศาล

ข่าวที่ผ่านมา


โฆษณา

Print This News Print This News




ประเภท : จดหมายถึง บก.
ข่าว : วารีนา ปุญญาวัณน์
ภาพ : Internet

Comments

*

*


*


ข้อความ ที่คุณอ่านต่อจากนี้เป็นความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไป ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ แม้แต่ชื่อผู้เขียน โดยเข้าสู่โปรแกรมสนทนาแบบอัตโนมัติ ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

 

ปิดฉากคดี ตุรกีอึด! สู้เพื่อน้อง 4 ปี | พัทยาเดลินิวส์ - ข่าวพัทยา คลิกทุกวัน ทันทุกข่าว
said :
[...] [...]
Email : Date : 2010-09-13 10:14:59
จองโรงแรม ห้องพัก พัทยา

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

Thailand Directory Web Statistics at truehits.net